หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2565 ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ร่วมกันจ่ายหนี้ค้างชำระแก่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ในสัญญาการเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้าและช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต รวมวงเงิน 11,754 ล้านบาท โดยให้ชำระภายใน 180 วัน
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC สุรพงษ์ เลาหะอัญญา ระบุ ว่าขณะนี้ กทม.และกรุงเทพธนาคม ยังไม่เข้ามาเจรจากับบีทีเอสเนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับตั้งแต่ศาลตัดสิน ทั้งนี้ยืนยันว่าบีทีเอสไม่ได้นำเงื่อนไขในการต่อสัมปทานมาต่อรองแลกกับการใช้หนี้
ส่วนกรณีการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มยืนยันว่าราคาที่เสนอในการประมูลครั้งแรกที่บีทีเอสขอรับการสนับสนุนจากรัฐเพียง 9 พันล้านนั้น สามารถทำได้จริง และได้เตรียมพร้อมในการเข้าชี้แจงต่ออนุกรรมาธิการ ฯ การบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่พรรคก้าวไกลเรียกทั้ง BTS-BEM-รฟม. เข้าให้ข้อมูลในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคมนี้ กรณีประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีการเปลี่ยนเกณฑ์กลางอากาศปี 2563 ก่อนเปิดประมูลใหม่ปี 2565 ตั้งเกณฑ์กีดกัน BTS ออกจากการแข่งขัน เอื้อประโยชน์ BEM จากการเปิดซองเงื่อนไขประมูลล่าสุดของ BTS พบว่าเกิดส่วนต่างกว่า 68,000 ล้านบาท