“สัญญาเดินรถพวกนี้มีมา 10 ปีแล้วก็ไม่ผิดพลาดอะไร วันนี้เพิ่งมมามีข้อสงสัย แต่ผมยืนดีและเคารพการตัดสินใจของภาครัฐ ตอนนี้ให้เวลาทาง กทม.ได้ตรวจสอบรายละเอียดก่อน ส่วนต้องการจะเปิดเผยสัญญานั้น ผมก็มองว่าถ้าจะเปิดควรเปิดทุกสัญญาที่มีกับเอกชน เพราะเงื่อนไขไม่เปิดเผยสัญญามันเป็นเงื่อนไขปกติที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมทุน”
นายคีรี กล่าวยืนยันว่า บีทีเอสไม่เคยต้องการอะไร เราเป็นเจ้าหนี้ ต้องการเพียงให้คุณจ่ายเงินให้บีทีเอา เพราะบีทีเอสไม่ใช่ผู้ร้าย หรือจำเลย แต่เป็นเพียงเจ้าหนี้ และบริษัทก็ไม่เคยปฏิเสธไม่ให้เปิดเผยสัญญา และต้องขอบคุณผู้ว่าการกรุงเทพมหานครคนใหม่ที่ตั้งใจจริงในการตรวจสอบ ตอนนี้ให้เวลาทางภาครัฐดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่อยากให้รัฐบาลคิดถึงประชาชนเป็นหลัก อย่ายืดเยื้อกับเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้คุยกันมา 3 ปีแล้ว จะเอาอย่างไรบีทีเอสพร้อมที่จะยอมรับการตัดสินใจ
“เรื่องนี้มันไม่ควรยืดเยื้อ คุยกันมาก็ 3 ปีแล้ว เอายังไงก็ขอให้บอกเรา เพราะเชื่อว่าตอนนี้มันเป็นแค่การเข้าในผิดกัน ก็เพียงแค่มาทำความเข้าใจกันให้ถูก ซึ่งการพูดคุยกับกรุงเทพมหานครในรอบแรก ก็เป็นไปด้วยดี ผมเชื่อว่าทุกการพูดคุยกันมีเรื่องดีๆ อยู่แล้ว และบีทีเอสยืนยันว่าผมจะไม่หยุดเดินรถ เพราะจะไปกระทบกับประชาชน”
รายงานข่าวระบุว่า บีทีเอส ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากนานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่เดือน เม.ย.2560 รวม 40,000 ล้านบาท มาจากการไม่ได้รับชำระค่าจ้างจากการเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 (ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า) และส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M)