ประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ คีรี กาญจนพาสน์ ระบุ การที่กรุงเทพธนาคมเปิดเผยสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นทุกสัญญาระหว่างรัฐและเอกชน หรือเอกชนและเอกชนจะมีข้อนี้อยู่ ซึ่งความเป็นจริงรัฐบาลควรจะเปิดสัญญารถไฟฟ้าหมดเลยทุกสายให้เท่าเทียมกัน ซึ่งสามารถทำได้ บริษัทไม่เคยปฎิเสธที่จะเปิดหรือไม่เปิดสัญญา ยืนยันว่าที่ผ่านมาบีทีเอสไม่เคยเรียกร้องการต่อสัญญาสัมปทาน และไม่เคยขอสัมปทานจากรัฐ โดยที่ผ่านมามี 2 สัญญาที่ทำร่วมกับกรุงเทพมหานครคือสัญญาติดตั้งระบบ และสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง เมื่อรัฐบาลอยากให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมบีทีเอสก็ดำเนินการตามระเบียบเอกชนร่วมลงทุนรัฐ และสัญญานี้ก็มีมา 10 ปีแล้ว
ปัจจุบันกรุงเทพธนาคมมีภาระหนี้สินกับบีทีเอสกว่า 4 หมื่นล้านบาท บีทีเอสต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากนานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่เดือน เม.ย.2560 มาจากการไม่ได้รับชำระค่าจ้างจากการเดินรถและบำรุงรักษา ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 (ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า) และส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ซึ่งแม้จะยังไม่ได้รับชำระหนี้ก็ยังยืนยันว่าจะไม่มีการหยุดวิ่งรถแน่นอน
นอกจากนี้ บมจ.บางกอกแลนด์ ได้ลงนามเซ็นสัญญากับ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัต (NBM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ที่ร่วมทุนกันระหว่าง บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บมจ.ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียวิ่ง แอนด์ ตอนสตรัคชั่น และ บมจ.ราช กรุ๊ป ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานีด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวน 4,000 ล้านบาท สำหรับส่วนต่อขยายจำนวน 2 สถานี ได้แก่ สถานีอิมแพ็คเมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2568