โดยปัจจุบันยอมรับว่า การทำธุรกรรมการเงินของระบบแบงก์ปรับเพิ่มขึ้นมาก แม้จะเห็นแต่ละแบงก์ มีการขยายความสามารถการรองรับการทำธุรกรรมการเงินบนดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับธุรกรรมที่ยังโตต่อเนื่อง ถามว่า การขยายท่อของแบงก์วันนี้เพียงพอหรือไม่ เพียงพอ แต่สิ่งเหล่านี้หยุดไม่ได้ เพราะปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นทุกวัน เพิ่มขึ้นทุกเดือน ดังนั้นแต่ละแบงก์ก็ต้องขยายความสามารถขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ที่ผ่านมา เห็นแต่ละแบงก์ มีการปรับเปลี่ยนระบบ เพิ่มประสิทธิภาพ อัปเวอร์ชั่นใหม่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นแม้ช่วงแรก จะเห็นระบบที่สะดุดบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำคัญที่สุด ไม่ได้อยากให้มองว่า ระบบแบงก์สะดุด แต่อยากให้มองถึง การแก้ไขปัญหา และการรับมือ การช่วยเหลือลูกค้ามากกว่า ที่สังเกตได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา การร้องเรียนเรื่องเหล่านี้มีลดลงต่อเนื่อง
“จะเห็นได้ว่าแต่ละแบงก์ มีการขยายท่อ ขยายถนน เพิ่มขึ้น ยกระดับระบบใหม่ ฉะนั้นเป็นไปได้ว่ารายแบงก์ ทำให้เกิดการสะดุดได้ และวันนี้ ก็มี CIO ของแต่ละธนาคาร ที่คอยติดตามเรื่องเหล่านี้ผ่านสมาคมธนาคารไทยอยู่แล้ว เพื่อเวลาเกิดปัญหา และหากมีการชะลอตัว จะมีการส่งสัญาณ และพยายามเร่แก้ไขให้เร็วที่สุด ดังนั้นถามว่าแบงก์ทำเต็มที่หรือไม่วันนี้ เต็มที่”
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า วันนี้ capacity หรือ ความสามารถการรองรับการทำธุรกรรมบนดิจิทัลของระบบแบงก์ ถือว่ายังมีเพียงพอ โดยปัจจุบัน ความสามารถสูงสุดในการรองรับการทำธุรกรรมอยู่ที่ 6,000 ทรานเซกชันต่อวินาที แต่หากดูธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง ผ่านระบบแบงก์ ระบบกลาง พบว่าอยู่เพียง 2,300 ต่อวินาทีเท่านั้น
ดังนั้น capacity ที่มีอยู่ยังมีเหลืออยู่มากในการรองรับการทำธุรกรรม และสิ้นปีนี้ บริษัทเนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ NITMX ยังมีการขยายท่อ หรือความสามารถรองรับการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นให้เป็น 10,000 ทรานเซกชันต่อวินาทีด้วย แต่ปัญหาระบบขัดข้องแต่ละธนาคารที่เกิดขึ้น ก็มีบ้างที่เกิดจากการอัพเกรด การอัพเซอร์วิสใหม่ๆ ซึ่งส่งผลให้ระบบแบงก์ต่างๆเกิดปัญหาติดขัดช่วงสั้น