เนชั่นทีวี

ข่าว

บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง ม.157 เลขาฯ ป.ป.ช. ปมคดีสินบนทองคำ ศาลนัด 31 ส.ค.

07 ส.ค. 2569 | titayu_pur

บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง ม.157 เลขาฯ ป.ป.ช. ปมคดีสินบนทองคำ ศาลนัด 31 ส.ค.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องเลขาฯ - รองเลขาฯ ป.ป.ช. ผิด ม.157 ปมส่งคดีสินบนทองคำให้ตำรวจสอบซ้ำซ้อน ศาลนัดฟังคำสั่ง 31 ส.ค.นี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องเลขาฯ - รองเลขาฯ ป.ป.ช. ผิด ม.157 ปมส่งคดีสินบนทองคำให้ตำรวจสอบซ้ำซ้อน ศาลนัดฟังคำสั่ง 31 ส.ค.นี้

KEY

POINTS

  • "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องเลขาฯ และรองเลขาฯ ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ในความผิดตาม ม.157, ม.162 และกฎหมาย ป.ป.ช.
     
  • ระบุสาเหตุถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อน จากกรณี ป.ป.ช. ออกหนังสือส่งคดีเว็บพนันมินนี่ให้ตำรวจสอบสวนต่อ ทั้งที่อยู่ในอำนาจคณะผู้ไต่สวนอิสระ
     
  • ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา พร้อมกำหนดนัดฟังคำสั่งหรือตรวจคำฟ้องในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.

7 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ลุยยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ระดับเลขาธิการและรองเลขาฯ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ในข้อหาความผิดตาม มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. หลังพบพฤติการณ์ออกหนังสือชี้แจงมติส่งคดีสินบนทองคำ กลับให้ตำรวจสอบสวนต่อ โดยอ้างว่าทำให้ได้รับความเสียหาย จากการถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อน 2 หน่วยงาน ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งหรือตรวจคำฟ้องในวันที่ 31 ส.ค. 2569 นี้


ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบอำนาจให้ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเลขาธิการ ป.ป.ช. และรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และ 183 (เรื่องเกี่ยวกับเจ้าพนักงานในการทำเอกสาร)



นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ บิ๊กโจ๊ก

 

ทนายสัญญาภัชระ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ที่เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องดำเนินคดี เนื่องจากเลขาธิการ ป.ป.ช. และรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ทั้งสองท่าน ได้ออกหนังสือชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมีประเด็นสำคัญคือ การใช้ถ้อยคำไม่ตรงตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจในการไต่สวนคดีสินบนทองคำ และมีมติมอบหมายให้คณะพนักงานสอบสวน มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 

ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว หนังสือชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ระบุให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 45 ซึ่งเป็นช่องทางของคณะผู้ไต่สวนอิสระ และให้ดำเนินการตามมาตรา 61 วรรคสอง ซึ่งระบุว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจ จึงต้องให้ตำรวจดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือมาตรา 45



พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มองว่า ข้อกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติฯ และทำให้ท่านถูกดำเนินคดีจาก 2 หน่วยงาน ทั้งที่อำนาจในคดีนี้เป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งแต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกาแล้ว แต่ปรากฏว่าคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังอยู่ในขั้นตอนที่ตำรวจส่งเรื่องไปยังอธิบดีอัยการอีกสำนวนหนึ่ง ซึ่งคดียังรอฟังคำสั่งอยู่

 

ดังนั้นในวันนี้ จึงนำเอกสารหลักฐานมายื่นฟ้องทั้ง 2 ท่าน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 โดยเอกสารสำคัญคือหนังสือ 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ออกโดยรองเลขาธิการ ป.ป.ช. และฉบับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ออกโดยเลขาธิการ ป.ป.ช.

 

ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.

ข่าวล่าสุด