พฤติการณ์ เมื่อปลายเดือน มกราคม 2569 สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสว่า ชาวสิงคโปร์รายหนึ่งชื่อ นายโจเอล หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ลงมือกระทำด้วยความรุนแรง ทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขัง หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยนานกว่า 3 เดือน เพราะนายโจเอล ทำตัวลึกลับ จนกระทั่งมีการประสานงานกับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) จนทราบว่าเป็นอาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ หลังได้ก่อคดีอาญาและคดียาเสพติด “ยาวเป็นหางว่าว” ในประเทศสิงคโปร์ และใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยเกือบ 3 ปี ในคราบนักศึกษา โดยเข้ามาได้เนื่องจากไม่มีชื่อในบัญชีหมายจับอินเตอร์โพล
ในการติดตามจับกุม ชุดสืบสวนได้เบาะแสจากสาวเอ็น ที่รู้จักกับนายโจเอล โดยระบุว่ามักจะใช้ความรุนแรงกับเธอ เคยชักชวนให้เธอกระโดดตึก และที่น่ากลัวที่สุดคือการวางแผนที่จะนำยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) ไปใส่ในแทงค์น้ำ โดยสั่งซื้อจากดาร์กเว็บพร้อมกับการชำระเงินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามจับกุม ก่อนเกิดเหตุร้าย
ชั้นจับกุม นายโจเอล ให้การรับสารภาพว่า อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี แล้วยังถูกเฆี่ยนอีก 3 ที กระทั่งในปี 2567 ได้กระทำความผิดอีกครั้ง แต่ได้หลบหนีออกนอกประเทศมายังประเทศไทย โดยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปประเทศตนเองอีก ถ้ากลับไปขอตายดีกว่า หลังหนีมาที่ประเทศไทยได้ขายทรัพย์สินที่ประเทศสิงคโปร์จนได้เงินมาจำนวนประมาณ 5 ล้านบาท แต่ได้ถูกเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลอกลวงเงินไป 2.5 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดเรื่อยมา
ทั้งนี้ นายโจเอล อ้างว่าที่สั่งยาพิษและสารเคมี เพื่อหวังจะนำมาฆ่าตัวตายเท่านั้น ส่วนที่สั่งไปเยอะขนาดนั้นเพราะกลัวตัวเองจะไม่ตาย
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษกตร. กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรม มีการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง หากเราก้าวพลาดหรือช้าไปอาจเป็นเหตุร้ายแรง แนวทางการสืบสวนมาจากอาการสติแตก จากยาเสพติด สำหรับสารประกอบวัตถุระเบิด ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่ายังไม่มีเพียงพอทำเป็นระเบิดสังหาร โดยได้ส่งสารเคมีหลายชนิดนำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ