ที่มาของ “หาดแหลมสน” และข้อพิพาท 30 ปี
พื้นที่หาดแหลมสนเดิมเป็นเหมืองแร่เก่า หลังสิ้นสุดสัมปทานเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ชาวบ้านได้ทยอยเข้าไปจับจองและปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้าง ข้อมูลระบุว่าเดิมพื้นที่บริเวณนี้มีประมาณ 80 ไร่ แต่เนื่องจากกระแสน้ำพัดพาทรายมาทับถมทำให้เกิดชายหาดงอกเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันมีพื้นที่รวมราว 119 ไร่ เมื่อที่ดินติดทะเลมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น จึงปรากฏทั้งที่พัก ร้านอาหาร รีสอร์ต และสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก
ผู้ประกอบการรายหนึ่งเผยว่าเข้ามาบุกเบิกตั้งแต่ปี 2526 มีทะเบียนการค้าถูกต้อง แต่ "ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน" กลายเป็นจุดเริ่มต้นข้อพิพาท โดยจากการตรวจสอบมีผู้ครอบครองพื้นที่หลายราย (พบตัวเลข 14 ราย และบางช่วงกล่าวถึง 13 ราย) ประเด็นสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างการอยู่อาศัยนานกับการมีสิทธิตามกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็น "ที่สาธารณะประโยชน์" ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน
ชนะคดีแล้วทำไมสภาพพื้นที่ยังเหมือนเดิม?
นายพิทยา อินทร์คง อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเพชรพะงัน ผู้ผลักดันเรื่องนี้สู่กระบวนการทางกฎหมาย สะท้อนปัญหาว่า แม้จะมีการดำเนินคดีและสิ่งปลูกสร้างไม่มีเอกสารสิทธิ แต่สภาพพื้นที่กลับไม่เปลี่ยนแปลง เพราะการบังคับคดีของหน่วยงานรัฐและท้องถิ่นทำได้ยาก
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลนำป้ายประกาศไปติด กลับพบว่าเจ้าหน้าที่ระดับปลัดเทศบาลถูกโยกย้ายออกนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากมีคำพิพากษาแต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง กฎหมายบนกระดาษย่อมไร้ความหมาย
จากหาดแหลมสน สู่ปัญหาใหญ่ "นอมินี-ทุนต่างชาติ"
"ปัญหาบนเกาะพะงันไม่ได้จำกัดแค่หาดแหลมสน แต่ขยายวงกว้างไปถึงที่ดิน การก่อสร้าง และธุรกิจนอมินี การขยายตัวของทุนต่างชาติส่วนหนึ่งมาจากความอ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมาย และตั้งข้อสังเกตถึง "เครือข่ายคนไทย" ที่คอยอำนวยความสะดวก ทั้งการหาที่ดิน วิ่งเต้นใบอนุญาต และจัดตั้งบริษัท" ดร.ปรีชา ทองหยัด นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวเกาะพะงัน ระบุ
นอกจากนี้ ปัญหายังลามไปถึงการบุกรุกพื้นที่ภูเขาที่มีการขุดและนำเครื่องจักรเข้าทำงาน แต่กลับหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ซึ่งสะท้อนผ่านสายตาสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ท้ายที่สุด เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ย้ำชัดว่า ปัญหานี้ไม่ใช่การเหมารวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ "คนไทยบางกลุ่ม" ที่ยอมเปิดช่องและช่วยหลบเลี่ยงกฎหมาย การเข้าตรวจสอบของ ป.ป.ช. และหน่วยงานรัฐ จึงต้องมองภาพรวมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนอยู่เหนือกฎหมายไทยได้
โชฏิมา จันทร์คง "สืบสวนความจริง" NationTV22