“เจเศรษฐ์” บัญชาการฟื้นฟู “ปัว” จ.น่าน ครบทุกมิติ ขีดเส้น 7 วัน คืนพื้นที่สัญจร
22 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“เจเศรษฐ์” ลงบัญชาการฟื้นฟู “ปัว” จ.น่าน ครบทุกมิติ – กั้นคันน้ำ – เร่งประปา - จ่ายไฟ ขีดเส้น 7 วัน คืนพื้นที่สัญจรให้ชาวบ้าน
ข่าว
22 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“เจเศรษฐ์” ลงบัญชาการฟื้นฟู “ปัว” จ.น่าน ครบทุกมิติ – กั้นคันน้ำ – เร่งประปา - จ่ายไฟ ขีดเส้น 7 วัน คืนพื้นที่สัญจรให้ชาวบ้าน
KEY
POINTS
22 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ยังคงลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวันที่ 3 เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากแบบครบทุกมิติ โดยระดมกำลังจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ทั้งเครื่องจักร รถบรรทุกน้ำ กำลังคน และทรัพยากรที่จำเป็น เข้าสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำหนดเป้าหมายให้การฟื้นฟูเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
สำหรับพื้นที่ตำบลปัว ได้รับผลกระทบรวม 11 หมู่บ้าน โดยบางจุดถนนได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีถนนขาดเป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร และมีความสูงของแนวถนนประมาณ 4 เมตร จนไม่สามารถสัญจรได้ มท.3 จึงกำชับให้เร่งระดมเครื่องจักรและกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าฟื้นฟู พร้อม ขีดเส้น 7 วัน ให้เร่งดำเนินการในส่วนของเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้กลับมาใช้การได้โดยเร็วที่สุด เพราะถนนคือเส้นทางสำคัญที่ประชาชนใช้เดินทางและเป็นช่องทางในการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่
ในภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด มท.3 สั่งการให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระดมเครื่องจักรและรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ เข้าพื้นที่ โดยนำน้ำจาก อ่างเก็บน้ำนิวซีแลนด์ มาใช้สนับสนุนภารกิจทำความสะอาดบ้านเรือน
ขณะเดียวกัน ให้ อบต.ในพื้นที่และ อบต.ข้างเคียง ระดมรถบรรทุกน้ำ เข้ามาช่วยแบ่งจ่ายน้ำและสนับสนุนภารกิจฉีดล้างโคลน ทำความสะอาดบ้านเรือนให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถฟื้นฟูบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด
ด้านระบบสาธารณูปโภค มท.3 กำชับผู้นำในแต่ละพื้นที่เร่งสำรวจ ระบบประปาหมู่บ้าน และประสานช่างจากการประปาส่วนภูมิภาคเข้าตรวจสอบและเร่งฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
ส่วนระบบไฟฟ้า ในจุดที่มีปลั๊กหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ต้องตรวจสอบความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟกลับเข้าระบบ พร้อมกำชับหน่วยงานไฟฟ้าเร่งดำเนินการฟื้นฟูและจ่ายไฟในพื้นที่ที่มีความพร้อมโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ได้จัด รถผลิตไฟฟ้าและรถชาร์จไฟเคลื่อนที่ ลงให้บริการบริเวณที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อให้ประชาชนสามารถนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์จำเป็นมาชาร์จไฟได้ โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำ ปลั๊กสามตาและสายชาร์จของตนเอง มาใช้บริการ เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้อาจจะเป็นงานที่ยากและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ทุกคนต้องช่วยกันทำให้สำเร็จ หากทรัพยากรที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ขอให้พื้นที่รายงานขึ้นมาทันที เพื่อจัดกำลัง เครื่องจักร และสิ่งของที่จำเป็นเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ มท.3 ขี่รถจักรยานยนต์วิบากติดตามเจ้าหน้าที่และกำนัน เพื่อเข้าถึงจุดที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางสภาพเส้นทางที่ได้รับความเสียหายและการเดินทางที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ก่อนตรวจสอบสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาจากผู้นำและประชาชนโดยตรง
มท.3 สั่งการเร่งด่วนในพื้นที่ บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ 4 ตำบลวรนคร อำเภอปัว หลังได้รับรายงานจากกำนันว่า ปริมาณน้ำใน “ลำน้ำขว้าง” ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำจำนวนมากจนกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลออกจากแนวทางน้ำหลัก ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน
โดยลำน้ำขว้าง มีเส้นทางไหลไปรวมกับ “ลำน้ำปัว” ก่อนจะไหลต่อไปยังแม่น้ำน่าน มท.3 จึงสั่งการให้เร่งกั้นแนวป้องกันหรือทำคันกั้นน้ำ เพื่อปรับและบังคับทิศทางกระแสน้ำให้กลับเข้าสู่ทางน้ำหลัก ลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าชุมชน และเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านเพื่อทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนได้โดยเร็ว
พร้อมกำชับให้ใช้กำลังจาก ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน ระดมเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ และกำลังคนเข้าดำเนินการ โดยไม่จำกัดว่าเป็นภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลเร็วที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน