"ยศชนัน" เดินลุยโคลนที่ อ.ปัว จ.น่าน เคาะประตูบ้านเยี่ยมชาวบ้าน พบเสียหายหนักหลายหลัง
21 ส.ค. 2569 | prisana_tha

"ยศชนัน" เดินลุยโคลนที่เมืองปัว จ.น่าน เคาะประตูบ้านเข้าสำรวจความเสียหาย เตรียมเร่งขยายงบฟื้นฟู ชื่นชม "ครูแนน-ทหารพราน" ฮีโร่ช่วยชีวิต
ข่าว
21 ส.ค. 2569 | prisana_tha

"ยศชนัน" เดินลุยโคลนที่เมืองปัว จ.น่าน เคาะประตูบ้านเข้าสำรวจความเสียหาย เตรียมเร่งขยายงบฟื้นฟู ชื่นชม "ครูแนน-ทหารพราน" ฮีโร่ช่วยชีวิต
KEY
POINTS
21 สิงหาคม 2569 ที่ จ.น่าน ภายหลังน้ำป่าและน้ำท่วมลดระดับและเริ่มคลี่คลายเข้าสู่การฟื้นฟู นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่เพื่อติดตามภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประสานการฟื้นฟูและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน
โดยในช่วงสาย ได้นำคณะเดินเท้าลุยโคลนเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเขตชุมชน ณ บ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว โดยเข้าตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนทีละหลัง เริ่มจากบ้านหลังแรก ซึ่งกระแสน้ำได้พัดทะลักเข้าไปในตัวบ้าน ทำให้มีดินโคลนจำนวนมาก ขณะที่ช่วงลงพื้นที่ยังคงมีกระแสน้ำไหลผ่านตัวบ้านอยู่ ถัดมาที่บ้านหลังที่สอง พบว่าดินโคลนพัดเข้ามาบริเวณโดยรอบบ้านสร้างความเสียหายอย่างมาก แต่ส่วนพื้นที่อยู่อาศัยหลักยังคงปลอดภัย
ส่วนบ้านหลังที่สาม ซึ่งเป็นบ้านของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคนตายาย สภาพบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากดินโคลนที่ทะลักเข้าไปถึงบริเวณที่อยู่อาศัย ทันทีที่นายยศชนัน เดินเข้าไปเยี่ยมเยียน คุณยายได้กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มว่า "โอ้ย...ตัวจริงหล่อจังเลย" พร้อมเปิดเผยความรู้สึกว่าดีใจมากที่ความช่วยเหลือเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้
ต่อมาที่ บ้านหลังที่สี่ พบว่าสภาพบ้านชั้นล่างพังเสียหายทั้งหมด เต็มไปด้วยเศษไม้และดินโคลนหนาทึบ ชาวบ้านต้องย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองชั่วคราว นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังพบบ้านเรือนอีกหลายหลังที่ถูกกระแสน้ำและโคลนถล่มสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินภายในบ้านแทบทั้งหมด
จากนั้น นายยศชนัน ได้เดินทางต่อไปยังบ้านของ ครูแนน ปวีณา การศรี ครูโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่เผชิญมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าปะทะอย่างรุนแรงจนบ้านและบริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยโคลนและเศษซากกิ่งไม้ โดยครูแนนได้เล่าถึงนาทีชีวิตว่า กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลเชี่ยวกรากเข้ามาอย่างกะทันหันจนร่างเกือบถูกพัดไปกับสายน้ำ ต้องกอดเสาบ้านไว้แน่นก่อนที่คุณพ่อจะโยนเชือกมาดึงตัวไว้ได้ทัน
ทั้งนี้ เนื่องจากระบบแจ้งเตือนภัยยังมาไม่ถึง และสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด ครูแนนจึงตัดสินใจใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองเป็นกระบอกเสียงประสานงานขอความช่วยเหลือ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 32 จำนวน 6 นาย ฝ่ากระแสน้ำเข้ามาช่วยเหลืออพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งคนชรา ผู้พิการทางการได้ยินและสายตา รวมกว่า 20 ราย ไปยังจุดปลอดภัยที่วัดป่าเมือดได้อย่างปลอดภัย
นายยศชนัน ได้กล่าวชื่นชมความมีสติและความกล้าหาญของครูแนน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานและผู้นำชุมชน โดยยกย่องให้ทุกคนเป็น "ฮีโร่ตัวจริง" ที่ทุ่มเทช่วยเหลือชีวิตประชาชนในสถานการณ์วิกฤต
สำหรับมาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่นั้น ได้สั่งการให้นำเครื่องจักรหนักเข้ามาตักและดันดินโคลนออกจากชุมชนทันที เนื่องจากปริมาณดินโคลนหนาแน่นเกินกำลังคนจะรับไหว และได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อขอขยายวงเงินทดรองราชการฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท พร้อมเตรียมบูรณาการงบซ่อมแซมบ้านเรือนจาก ปภ. (ประมาณ 88,000 บาท) ร่วมกับงบสมทบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม. อีกประมาณ 49,000 บาท) เพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 33 หลังคาเรือนที่เสียหายหนัก
จากนั้น นายยศชนัน ได้เดินสำรวจแนวร่องน้ำโดยรอบ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะสั้น กลาง และยาว รัฐบาลได้เตรียมขับเคลื่อนร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
การจัดการน้ำและโครงสร้าง – ผลักดันการสร้างฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลางในพื้นที่ตอนบนของอำเภอโซนเหนือ เพื่อเป็นจุดชะลอและดักน้ำ ควบคู่ไปกับการขุดลอกลำน้ำน่าน เพื่อเพิ่มความลึกในการรับน้ำ และก่อสร้างพนังกั้นน้ำในเขตเศรษฐกิจ
.
การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ - บูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการจัดสรรที่ดินทำกิน (คทช.) โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้ประโยชน์ต้องร่วมปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำเพิ่มเติม เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ยกระดับระบบเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี - พัฒนาระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือ (Cell Broadcast) ควบคู่กับระบบเตือนภัยอัตโนมัติเฉพาะจุด (GOI) เพื่อให้ส่งสัญญาณเตือนได้ทันทีตามค่าวิกฤตของความชื้นและปริมาณฝน โดยไม่ต้องรอการประมวลผลจากบุคคล พร้อมนำเทคโนโลยี One Map และระบบจำลองสถานการณ์น้ำ (Digital Twin / GIS) มาจัดทำฐานข้อมูลพิกัดความเสี่ยงและความลาดชัน เพื่อให้นักวิชาการและหน่วยงานหลักใช้สมการตัวชี้วัด (Indicator) เดียวกันในการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีในอนาคต