เนชั่นทีวี

ข่าว

ป.ป.ช. ขยายผลทุจริตสอบท้องถิ่น พบเงินหมุนเวียนพันล้าน

20 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ป.ป.ช. ขยายผลทุจริตสอบท้องถิ่น พบเงินหมุนเวียนพันล้าน

ป.ป.ช. ลุยขยายผลคดีโกงสอบท้องถิ่น พบเส้นเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้าน โยงย้อนหลังถึงปี 64 ยืนยันไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน

ป.ป.ช. ลุยขยายผลคดีโกงสอบท้องถิ่น พบเส้นเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้าน โยงย้อนหลังถึงปี 64 ยืนยันไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน

KEY

POINTS

  • พบเงินหมุนเวียนพันล้าน: ป.ป.ช. ตรวจเส้นทางการเงินคดีทุจริตสอบท้องถิ่นพบเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท โยงขบวนการเก่าปี 64
  • ดึง ปปง. ร่วมสอบลึก: ดึงสำนวนเดิมกลับมาไต่สวนร่วม จับมือ ปปง. เช็กเส้นทางการเงิน ลั่นหลักฐานถึงใครต้องโดนลงโทษ ไร้ตัดตอน
  • ตั้งกรอบ 6 เดือนจบ: เอกสารหนาแน่นกว่า 8 แสนแผ่น ใช้เทคโนโลยีช่วยสแกน ตั้งเป้าสรุปความชัดเจนภายใน 6 เดือนนับจาก มิ.ย. 69

20 สิงหาคม 2569 ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้เรียกสำนวนที่เคยส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเดิมกลับมาไต่สวนร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใด รวมถึงจะเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน แต่คณะทำงานมีข้อมูลและจะขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้ามาช่วยตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด บุคคลนั้นต้องรับผิด โดยไม่มีการตัดตอน และการดำเนินคดีจะเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระและเป็นเสาหลักของประเทศ การเอาผิดบุคคลใดจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และเป็นไปตามพยานหลักฐาน โดยที่ผ่านมา เมื่อ ป.ป.ช. ชี้มูลและอัยการสั่งฟ้อง ศาลมีคำพิพากษาลงโทษในคดีต่าง ๆ สูงถึงร้อยละ 98

ส่วนข้อกังวลว่า หากคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. แล้วจะเกิดความล่าช้า นายสุรพงษ์ ระบุว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ได้สแกนและตรวจสอบทุกคดี และสามารถควบคุมกรอบระยะเวลาการทำงานได้ โดยกรณีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น แม้จะมีเอกสารในสำนวนมากกว่า 800,000 แผ่น แต่ยืนยันว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในกรอบเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569

ทั้งนี้ คณะไต่สวนจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบให้มากขึ้น พร้อมพิจารณาว่าความผิดในลักษณะใดควรแยกดำเนินการ เพื่อให้การไต่สวนมีความรวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด