การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance): คอขวดที่ย้ายไปสู่ขั้นตอนเตรียมความพร้อมขององค์กร
เมกะเทรนด์แรก การที่ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์ Transition Bond และ Thailand Amber Bond ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่คอขวดสำคัญถัดไปของการระดมทุนมีแนวโน้มขยับมาอยู่ที่ความพร้อมขององค์กรก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกตราสาร
ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน ไม่ใช่ตัวแผนการเปลี่ยนผ่าน การระดมทุนจะเกิดขึ้นได้ ภาคธุรกิจต้องรู้ชัดเจนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ใด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใด ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร โครงการใดควรเริ่มก่อน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีหลักฐานเชิงประจักษ์เพียงพอตามตามความคาดหวังของสถาบันการเงินและนักลงทุน
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จึงได้พัฒนาบริการ Sustainability360 Advisory Program เพื่อช่วยปิดช่องว่างด้านความพร้อมดังกล่าว โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (GSS Framework) การออกแบบตัวชี้วัดและเป้าหมาย (KPI/SPT) การประเมินกิจกรรมตามเกณฑ์ของ Thailand Taxonomy การประสานงานกับผู้ให้ความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ไปจนถึงการรายงานผลหลังได้รับเงินทุน
โครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center: ย้ายจุดโฟกัสจาก ‘ปริมาณ’ สู่ ‘คุณภาพ’ การลงทุน
เมกะเทรนด์ที่สอง คือการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ในประเทศไทย โดยมียอดขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในกลุ่มดิจิทัลสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาท จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ คือนโยบายภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพของการลงทุน’ โดย BOI ได้เพิ่มเกณฑ์การคัดกรองโครงการ Data Center ทั้งในมิติประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
“AI อาจจะทำงานบนระบบคลาวด์ แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังนั้นต้องอาศัยทรัพยากรมหาศาล ทั้งพลังานไฟฟ้าและน้ำ ความพร้อมของระบบการจัดการพลังงานจึงกลายเป็นตัวแปรทางการเงินที่สำคัญ แม้ Data Center จะใช้วิศวกรรมออกแบบให้สอดคล้องกับเกณฑ์กรีนไฟแนนซ์ได้ แต่ต้องพิจารณาความพร้อมด้านพลังงาน น้ำ โครงข่ายไฟฟ้า ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศ รวมถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในประเทศด้วย”
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation): มิติที่เคยถูกมองข้าม
เมกะเทรนด์ที่สาม คือ การปรับตัวรับมือภัยธรรมชาติ ที่ผ่านมาการเงินเพื่อความยั่งยืนมักมุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) แต่ข้อมูลจากธนาคารโลก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเงินลงทุนด้าน Climate Adaptation ที่มีนัยสำคัญ โดยจากความต้องการเงินลงทุนด้านภูมิอากาศของไทย 2.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นงบประมาณด้าน Climate Adaptation สูงถึง 1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่างบด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่อยู่ที่ 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
“น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือคลื่นความร้อน อาจเริ่มต้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อส่งผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุนการดำเนินงาน หรือมูลค่าหลักประกัน มันจะกลายเป็น ‘ความเสี่ยงทางการเงิน’ ทันที การปรับตัวรับมือภัยธรรมชาติจึงต้องถูกดึงเข้ามาอยู่ในกระบวนการจัดสรรเงินทุนหลักของธุรกิจ”
ซีไอเอ็มบี ไทย: เปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง
ในปี 2568 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีมูลค่าการเงินเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับอนุมัติภายใต้กรอบ GSSIPS รวมราว 22,980 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ วาณิชธนกิจ สถาบันการเงิน และบุคคลธรรมดา ขณะที่บริการ Sustainability360 Advisory Program ได้สนับสนุนการการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับการระดมทุนในตลาดรวมแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท
เพื่อสนับสนุนแนวทางการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำดังกล่าว เจสัน ลี ได้พัฒนา เครื่องมือช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition Canvas) เครื่องมือแบบหน้าเดียวเชิงปฏิบัติที่ได้มีการนำร่องใช้ในงาน The Cooler Earth Thailand 2026 เมื่อต้นเดือนนี้ โดย Climate Transition Canvas ช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและเส้นทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เข้ากับมาตรการลดคาร์บอนที่ชัดเจน ความต้องการเงินลงทุน ทางเลือกด้านแหล่งเงินทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างการกำกับดูแล เพื่อยกระดับการวางแผนการเปลี่ยนผ่านให้มีความพร้อมต่อการตัดสินใจและสามารถนำไปสู่การจัดหาเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น ภาคธุรกิจที่สนใจ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cimbthai.com/en/personal/who-we-are/sustainability/sustainability.html
5 แนวโน้มสำคัญที่ต้องจับตาในประเทศไทย (ปี 2569–2571):
- ความพร้อมของโครงการ: จะเป็นข้อจำกัดที่สำคัญมากขึ้น ในการเข้าถึงการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เมื่อเทียบกับข้อจำกัดด้านเครื่องมือทางการเงิน
- การแข่งขันด้านพลังงาน: ความพร้อมและความคุ้มค่าด้านพลังงานจะมีอิทธิพลมากขึ้นต่อการตัดสินใจเลือกที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอาเซียน
- ปัจจัย Bankability ใหม่: ทรัพยากรน้ำ โครงข่ายไฟฟ้า และความทนทานต่อสภาพอากาศ จะมีน้ำหนักมากขึ้นในการประเมินความเป็นไปได้และ Bankability ของโครงการ Data Center
- งบลงทุน (CAPEX) ด้าน Adaptation: ภาคธุรกิจมีแนวโน้มจัดสรรงบประมาณเพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสาพภูมิอากาศในแผนการเงินมากขึ้น
- บทบาทของฝ่ายความยั่งยืนในภาคการเงิน: จะมีบทบาทมากขึ้นในการให้ข้อมูลและมุมมองประกอบการตัดสินใจด้านการจัดสรรเงินทุน จากเดิมที่มุ่งเน้นการตรวจสอบการจัดประเภทด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน
“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของไทยต้องพิจารณาทั้ง 3 ปัจจัยไปพร้อมกัน ได้แก่ การลดการปล่อยคาร์บอน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการปรับตัวรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสาพภูมิอากาศ โดยเชื่อมโยงทั้งสามมิติเข้ากับแผนการเงินและการลงทุนของภาคธุรกิจ ดังนั้น คำถามสำคัญของภาคการเงินนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘โครงการนี้ยั่งยืนหรือไม่’ แต่คือ ‘โครงการนี้ควรได้รับเงินทุนหรือไม่ ด้วยเงื่อนไขใด และจะสามารถสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างไร” เจสัน ลี กล่าวสรุป