สน.ลุมพินี โชว์งาน รวบแก๊งเงินดำ สัญชาติไลบีเรีย อ้างเป็นอดีตทหารอเมริกา หลอกเหยื่อสูญเงินร่วมสิบล้าน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ตำรวจพร้อมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ

รวบแก๊งเงินดำ สัญชาติไลบีเรีย หลอกเหยื่อสูญเงินร่วมสิบล้าน

28 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(27 ก.ย.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี  พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์ สว.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ สุดหอม สว.สส.สน.ลุมพินี ร.ต.อ.อิทธิกร เกิดผละ รอง สว.สส.สน.ลุมพินี ร.ต.อ.วัฒนา เล็กโล่ง รอง สว.สส.สน.ลุมพินี พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ร่วมกันจับกุมตัว Mr.Peter Manyounga JR อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติไลบีเรียหลอกเหยื่อทำธุรกิจเงินดำ

 

พร้อมของกลาง สำลีลักษณะเดียวกับที่ใช้บรรจุในกระเป๋าเพื่อหลอกผู้เสียหาย โทรศัพท์มือถือจำนวน 16 เครื่อง เงินสดประมาณ 150,000 บาท เงินสกุลดอลลาร์ และเงินสกุลยูโรอีกจำนวนมาก โดยสามารถจับกุมได้บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

รวบแก๊งเงินดำ สัญชาติไลบีเรีย หลอกเหยื่อสูญเงินร่วมสิบล้าน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 กันยายน  ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย เป็นนักธุรกิจชาวไทย ว่าถูกชายชาวต่างชาติผิวสีมาชวนทำธุรกิจ พร้อมอ้างเป็นอดีตทหารกองทัพสหรัฐอเมริกา มีเงินธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้จากการรบที่ประเทศอัฟกานิสถาน แต่ถูกเคลือบสีทึบไว้เพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง โดยจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการสั่งซื้อน้ำยามาล้างสีที่เคลือบออก เพื่อนำธนบัตรดอลลาร์มาใช้ จึงชวนผู้เสียหายมาลงทุนซื้อน้ำยามาลอกสีดังกล่าว

 

โดยคนร้ายรายนี้มักจะแต่งกายดูดี ใส่ของใช้แบรนด์เนม พร้อมทั้งได้มีการติดต่อนัดเจรจากันตามสถานที่หรู ถึง 5 ครั้ง ก่อนมีการมอบกระเป๋าเดินทาง ซึ่งอ้างว่าภายในบรรจุเงินเคลือบสีไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายไว้วางใจ หลงเชื่ออย่างสนิทใจ จึงได้นำเงินสดมอบให้คนร้ายไปเป็นเงินจำนวน 7,850,000 บาท เพื่อไปเอาน้ำยามาลอกสีธนบัตร แต่ต่อมาไม่ได้รับความคืบหน้า ผู้เสียหายจึงได้เปิดกระเป๋าออกตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงเศษกระดาษ และสำลีอยู่ภายในจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ สน.ลุมพินี

รวบแก๊งเงินดำ สัญชาติไลบีเรีย หลอกเหยื่อสูญเงินร่วมสิบล้าน

ต่อมา ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี จึงได้ออกติดตามสืบสวน จนทราบว่าคนร้ายในคดีนี้ จะมาปรากฏตัวที่บริเวณห้างสรรพสินค้าที่เคยนัดพบกับผู้เสียหาย เนื่องจากมีการนัดหมายให้ผู้เสียหายมาจ่ายเงินเพิ่มเติม เป็นจำนวน กว่า 8,000,000 บาท ทางตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ตลอดจนทำการวางแผน เฝ้าสังเกตการณ์ จนผู้ต้องหารายนี้ปรากฏตัว จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้ และขยายผลไปตรวจค้นห้องพักพบของกลางทั้งหมด จึงทำการตรวจยึดไว้ และควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.ลุมพินี

 

ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อหา อ้างเพียงมีผู้จ้างให้นำกระเป๋าดังกล่าว มามอบให้เหยื่อเท่านั้น อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยหลายครั้ง โดยใช้หนังสือเดินทางนักท่องเที่ยว หนำซ้ำยังใช้สินค้าที่มีราคาแพง จากการตรวจสอบประวัติ ยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน

 

หลังจากนี้ตำรวจ จะประสานข้อมูลกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำการตรวจสอบประวัติ ว่าคนร้ายรายนี้มีการเปลี่ยนชื่อ หรือเคยมีประวัติอีกหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าทำเป็นขบวนการ จึงต้องทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ต้องหาที่เหลืออีก เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีหน้าที่เพียงมาพบ เพื่อหว่านล้ามเหยื่อให้หลงเชื่อเท่านั้น เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฉ้อโกง” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป