แม่ค้าหน้าเขียง ยอมตรึงราคา หลังหมูหน้าฟาร์มราคาพุ่ง
30 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

หมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 แตะ 68-76 บ./กก. แม่ค้ายอมแบกต้นทุน ตรึงราคาช่วยประชาชนยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
ข่าว
30 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

หมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 แตะ 68-76 บ./กก. แม่ค้ายอมแบกต้นทุน ตรึงราคาช่วยประชาชนยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
KEY
POINTS
30 กรกฎาคม 2569 ภายหลังจากเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ประกาศปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม มีผลตั้งแต่เมื่อวาน (29 ก.ค.69) นับเป็นการปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัมเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มอยู่ที่ 68-76 บาทต่อกิโลกรัม โดยอ้างว่า สาเหตุหลักของการปรับราคา เพราะปริมาณสุกรมีชีวิตที่ออกสู่ตลาดมีน้อยกว่าความต้องการบริโภค ส่งผลให้ตลาดเริ่มฟื้นตัว และราคาขยับตัวสูงขึ้น
รวมถึงต้นทุนด้านอาหารสัตว์ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกากถั่วเหลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น จาก 16 บาท เป็น 16.60 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อผู้ค้า และผู้บริโภค เพราะการปรับขึ้นราคาหน้าฟาร์มส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ค้าเขียงหมูรายย่อยตามตลาดสด ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น
ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวเนชั่นทีวี ลงพื้นที่สำรวจราคาหมูในตลาดสด "นัมเบอร์วันมาร์เก็ต" ย่านรามคำแหง 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พบว่า
ราคาขายหน้าเขียง ปรับขึ้นมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ล่าสุดยังขายราคาเดิม โดยหมูสามชั้น กิโลกรัมละ 180 บาท ขึ้นมาครั้งละ 3 บาท จริงๆ แล้วจะต้องขายราคา 190 บาท หมูเนื้อแดง 140 บาท หมูสันนอก 150 บาท
ด้านพ่อค้าแม่ค้าที่ขายหมูสด บอกกับทีมข่าวว่า แม้ราคาหมูจะขึ้นมาอีก 3- 4 บาท แต่ที่ร้านก็ยังคงต้องตรึงราคาไว้ขายในราคาเท่าเดิม ผู้บริโภคจึงยังตกใจกับราคาหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้น เพราะที่ร้านยังขายให้กับผู้บริโภคราคาเดิม ประชาชนยังคงซื้อในราคาเดิม ตอนนี้ยังแบกรับราคาไว้ แต่หากไม่ไหวก็คงจะต้องปรับขึ้น และหากเปรียบเทียบกับในช่วงที่ต้นทุนสูงจากราคาน้ำมันแพงก่อนหน้านี้ ก็ยังถือว่าไม่หนักเท่ากับในยุคน้ำมันแพง
แต่ช่วงนี้ยังได้รับอานิสงส์ดีจากการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งก็ส่งผลดีทำให้ประชาชนซื้อหมูในจำนวนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนที่มีการเติมเงินเข้ามาในระบบ จึงอยากให้รัฐบาลสนับสนุนต่อเนื่อง มองว่ามันช่วยกระตุ้นการจับจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ในฐานะพ่อค้าไม่ได้ต้องการให้ตัวเองขายดี แต่ต้องการให้ประชาชนได้มีเงินมาใช้จ่าย โดยนำภาษีมาช่วยสนับสนุนประชาชนที่ตอนนี้ทำมาหากินในสภาพยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
ขณะที่ แม่ค้าขายหมูอีกรายให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ต้องยอมแบกรับต้นทุนราคาหมูหน้าฟาร์ม ขายในราคาเดิม ได้กำไรต่อกิโลกรัมน้อยลง เพราะหากขึ้นราคาสูงลูกค้าจะบ่นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าขายกับข้าว อาหารตามสั่ง ที่เขาไม่สามารถขึ้นราคาได้ เช่น ขายผัดกะเพรากล่องละ 60 บาท หากขึ้นราคาหมู เขาก็ไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ เพราะตอนนี้ต้องเรียกว่า "ข้าวยาก หมากแพง" ทุกอย่างแพง มองว่าตอนนี้สภาพเศรษฐกิจมันยังไม่ดีขึ้น แม้จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ "โครงการไทยช่วยไทย" คึกคักในช่วงเดือนแรก แต่พอเดือนที่สองใช้จ่ายประปราย กระจัดกระจาย ไปอยู่ในส่วนอื่น ๆ
ส่วนราคาหมูมีแนวโน้มจะปรับราคาลดลงในช่วงใด ไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะปกติแล้วในช่วงหน้าร้อนหมูตายง่าย ทำให้หมูเข้าสู่ตลาดน้อย แต่ก่อนช่วงกินเจ ราคาหมูจะถูกลง แต่กลับพบว่าปีนี้ช่วงกินเจ ราคาหมู ยังคงราคาสูง
ส่วนกรณีที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกร ออกมาระบุว่า หมูเข้าสู่ตลาดน้อย ก็ไม่มั่นใจว่าใช่เหตุผลนี้หรือไม่ เพราะได้รับข้อมูลจากยี่ปั๊วที่ส่งหมูว่า "มันมีการปั่นราคา เพื่อการส่งออก" เพราะมีการส่งหมูออกไปนอกประเทศได้ เช่นเพื่อนบ้านที่มาซื้อหมูจากไทย