ภายในงานเครือซีพีนำเสนอผลการดำเนินงานผ่านหน่วยงานด้านปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ CP SEACOSYSTEM ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ากับพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นระบบ สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชน สังคม และประเทศในระยะยาว
นับตั้งแต่เริ่มโครงการ "ซีพีความดี ทะเลไทยยั่งยืน" ในปี 2560 เครือซีพีได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชน วางเป้าหมายปะการังเทียม 7,000 โครงสร้าง ภายในปี 2573 โดยระยะที่ 1 ได้ดำเนินการไปเเล้ว 2,000 โครงสร้างในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง ผลการติดตามโดยนักวิชาการพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความหลากหลายของปลาเพิ่มขึ้นเป็น 49 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นปลาเศรษฐกิจถึง 30 ชนิด ขณะที่ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 39% ส่งผลให้ชุมชนประมงชายฝั่งมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ดำเนินการบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ได้ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ปัจจุบัน เครือซีพีสานต่อความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินหน้าโครงการปะการังเทียมระยะที่ 2 โดยตั้งเป้าวางโครงสร้างปะการังเทียม 5,000 โครงสร้างภายในปี 2573 เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และยกระดับรายได้ของชุมชนประมงชายฝั่ง ภายใต้การประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน นอกจากนั้นยังได้เสริมสร้างศักยภาพสร้างผู้นำรุ่นใหม่ไป 2,800 คนต่อปี ในการปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทะเลไทย พร้อมควบคู่กับการอนุรักษ์ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1,670 ล้านตัวต่อปี คืนสู่ธรรมชาติเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ
นอกจากนี้ ภายในบูธ “CP SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ยังเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เริ่มจาก Immersive Experience พาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลเสมือนจริงด้วยภาพและเสียงรอบทิศทาง เสริมด้วยนิทรรศการนำเสนอแนวคิดและผลลัพธ์ของโครงการปะการังเทียมพร้อมถ่ายทอดแนวคิด Circular Economy ผ่านการต่อยอดทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์การเปลี่ยนฝาขวดพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลก การนำเครื่องมือประมงที่หมดอายุการใช้งานและขยะทะเลมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน การพัฒนาซั้งเชือกพลาสติกสู่ “ซั้งยางพารา” รวมถึงการแปรรูปสาหร่ายทะเลที่เหลือทิ้งให้กลายเป็นนวัตกรรมสิ่งทอแห่งความยั่งยืนที่ก้าวสู่เวทีแฟชั่นและรันเวย์
ภายในบูธยังมีกิจกรรม Interactive Game ที่ชวนผู้เข้าร่วมทดสอบความรู้ด้านการอนุรักษ์ทะเลอย่างสนุกสนาน และกิจกรรม Sea Sharing เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแรงบันดาลใจจากนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ เพื่อร่วมสร้างการมีส่วนร่วมและปลูกจิตสำนึกในการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า การอนุรักษ์ทะเลจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ด้วยพลังของความร่วมมือ พร้อมเดินหน้าผสานศักยภาพของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป พร้อมเชิญชวนเยาวชนและประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่บูธ CP SEACOSYSTEM (P4) ภายในงาน "Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE" ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน