ทางรอดประเทศไทย! "3 กุญแจปราบโกงยุคดิจิทัล" หยุดมหากาพย์ "คอร์รัปชันไทย"
14 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

ทางรอดประเทศไทย! "3 กุญแจปราบโกงยุคดิจิทัล" หยุดมหากาพย์ "คอร์รัปชันไทย" จาก "โกงสอบท้องถิ่น" เจาะลึก ป.ป.ช. ผนึกนานาชาติ ต้านคอร์รัปชันยุคดิจิทัล
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

ทางรอดประเทศไทย! "3 กุญแจปราบโกงยุคดิจิทัล" หยุดมหากาพย์ "คอร์รัปชันไทย" จาก "โกงสอบท้องถิ่น" เจาะลึก ป.ป.ช. ผนึกนานาชาติ ต้านคอร์รัปชันยุคดิจิทัล
KEY
POINTS
14 กรกฎาคม 2569 ทีมข่าว "สืบสวนความจริง" NationTV22 รายงานบทวิเคราะห์เจาะลึกกรณี “มะเร็งโกงกิน” กวาดล้างทุจริตไทยให้สิ้นซาก
ท่ามกลางสปอตไลท์ทางการเมือง วาทกรรม “ปราบโกง” ถูกนำมาปัดฝุ่นและประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากผู้นำทุกยุคทุกสมัย แต่คำถามที่ดังก้องอยู่ในใจประชาชนคือ “เป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมือง หรือทำสำเร็จจริง?”
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศกร้าวกลางรัฐสภา ถึงมหากาพย์การทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 ที่สั่นสะเทือนถึงบิ๊กข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ชี้ชัดว่าความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงและมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง
นายอนุทิน เปิดเผยพฤติการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของขบวนการนี้ว่า มีการสุ่มตรวจในกลุ่มผู้สอบ 80 คน พบความผิดปกติที่ตรงกันหมด นั่นคือตัวเลขคะแนนใน “แผ่นกระดาษคำตอบ (Answer Sheet)” สวนทางกับผลประกาศของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง
“นายคนนี้ นางสาวคนนี้ ตรวจมาได้ 45 คะแนน แต่กรมฯ ประกาศว่าได้ 77 คะแนน... แถมทำไมแผ่นคำตอบมันเก่งจัง รอยดินสอไม่มีล้นวงกลมออกมาเลย ปริ้นท์ออกมานี่กลมดิ๊ก” นายกฯ กล่าวด้วยความเหลืออด พร้อมย้ำคำประกาศิตว่า ถ้าที่มามันผิด ทุกอย่างก็ต้องเป็นโมฆะหมด คนที่ทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจดี ไม่น่าจะพ้นไปได้”
การโกงสอบไม่ใช่คดีโดดเดี่ยว แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมหากาพย์คอร์รัปชันที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใยแมงมุม
โดยทีมข่าวสืบสวนความจริง พบว่ายังมีอีกคดีใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว คือการจับกุม นายฉัตรเทพ อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ที่พัวพันกับขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนราษฎร์ให้แก่ “หมิงเฉิน ซัน” อาชญากรชาวจีนข้ามชาติที่มีประวัติคดีอาวุธสงคราม นี่คือการขายความมั่นคงของชาติให้ทุนเทาแลกกับสินบน
รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มุมมองที่น่าตกใจว่า หากคนที่จะเข้ามาถืออำนาจรัฐต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อตำแหน่ง เป้าหมายเดียวของพวกเขาเมื่อเข้าสู่อำนาจคือ “การถอนทุนคืน” ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ “รัฐล้มเหลว”
“วันนี้เราเห็นข่าวคอร์รัปชันอ้าซ่าขนาดนี้ มันน่ากลัวไปใหญ่ การเปิดเผยข้อมูลคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แม้จะไม่ได้ทำให้คอร์รัปชันหายไปในพรุ่งนี้ แต่มันจะยกธงแดงให้ประชาชนรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ เหมือนกรณีเสาไฟฟ้ากินรีที่ประชาชนธรรมดาสามารถกดดันให้หน่วยงานรัฐต้องลงมาตรวจสอบได้” รศ.ดร.ต่อภัสสร์ กล่าว
ดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2025 ที่ไทยได้เพียง 33 คะแนน ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอาเซียนหลายประเทศ
เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ฟ้องว่าระบบตรวจสอบปัจจุบันล้มเหลว ทีมข่าวสืบสวนความจริงและ รศ.ดร.ต่อภัสสร์ จึงเสนอ “3 กุญแจ” เพื่อถอนรากถอนโคนมะเร็งร้ายนี้
-เปิดข้อมูล 100%: ต้องเปิดเผย TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส ห้ามหมกเม็ด ไม่ใช่แค่เปิดแต่ไม่เผยแพร่
-ปฏิวัติสู่ดิจิทัล: ล้างระบบกระดาษ สู่ฐานข้อมูลออนไลน์ที่ประชาชน "สืบค้นง่าย ตรวจสอบไว"
-ตัดดุลยพินิจ: ใช้เทคโนโลยีและ AI ตรวจสอบแทนคน เพื่อปิดช่องว่างการรับสินบน
การประชุมวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4 โดย ป.ป.ช. ร่วมกับเครือข่ายนานาชาติ เป็นความหวังในการสร้างธรรมาภิบาลดิจิทัล แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ นายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ยอมรับ คือการขับเคลื่อนเรื่องนี้ทำลำพังไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐ
นายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
รัฐบาลพร้อมจะเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสตามคำสัญญาหรือไม่ หรือจะยอมปล่อยให้คอร์รัปชันยังคงเป็น "รากฝอยเนื้อร้าย" ที่กัดกินอนาคตของประเทศต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้องเลือกระหว่าง "มรดกโกงกิน" ที่จะทำลายลูกหลาน หรือ "ความโปร่งใส" ที่จะกู้คืนศักดิ์ศรีให้ประเทศไทย
"ฐิติชญา ศรีดอกคำ" ทีมข่าวสืบสวนความจริง รายงาน
"สืบสวนความจริง" ทาง NationTV22