เฉลยที่มาของ “อาร์มมังกร” สน.ห้วยขวาง “บิ๊กอรรถ” ตอบชัด
11 ก.ค. 2569 | prisana_tha

เฉลยที่มาของ “อาร์มมังกร” สน.ห้วยขวาง งานนี้ “บิ๊กอรรถ” โฆษก ตร. ตอบชัด ทำไมต้องเป็นมังกร โยงกลุ่มทุนจีนในพื้นที่หรือไม่?
ข่าว
11 ก.ค. 2569 | prisana_tha

เฉลยที่มาของ “อาร์มมังกร” สน.ห้วยขวาง งานนี้ “บิ๊กอรรถ” โฆษก ตร. ตอบชัด ทำไมต้องเป็นมังกร โยงกลุ่มทุนจีนในพื้นที่หรือไม่?
KEY
POINTS
11 กรกฎาคม 2569 “อาร์มมังกร” สน.ห้วยขวาง กลายเป็นประเด็นร้อน หลังโซเชียลตั้งคำถามเชื่อมโยง ทุนจีน-จีนเทา ในพื้นที่หรือไม่ จนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องออกมาชี้แจงที่มาของมังกรบนอาร์มว่ามาจากไหน
โดย จากกระแสการตั้งคำถามอาร์มมังกร ของตำรวจ สน.ห้วยขวาง หลังจาก สส.พรรคประชาชน และสื่อสังคมออนไลน์บางส่วนตั้งคำถามถึง “อาร์ม” ที่ติดบนแขนเสื้อเครื่องแบบตำรวจสายตรวจ งานป้องกันและปราบปราม สน.ห้วยขวาง ซึ่งมีสัญลักษณ์มังกร ทั้งบนอาร์ม และเฟซบุ๊กของโรงพัก จนถูกเชื่อมโยงว่า เป็นพื้นที่ที่มีอิทธิพลของกลุ่มทุนจีนสูงมาก ถึงขั้นนำรูปมังกรมาเป็นเครื่องหมายของตำรวจไทย ท้องที่ห้วยขวางได้เลยหรือ
“ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี สอบถามไปยัง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการอธิบายว่า เครื่องแบบ หรือชุดปฏิบัติงานของตำรวจงานป้องกันปราบปรามแต่ละสถานี จะติดสัญลักษณ์เป็นสิ่งยึดถือของตำรวจในสถานีนั้นๆ
ทั้งนี้ หากลองไปตรวจสอบดู จะพบว่าเกือบทุกสถานี ทั้งประเทศมีกว่า 1,400 สถานี มีการประดิษฐ์เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ในอาร์ม นำสถานที่สำคัญ หรือสัญลักษณ์บ่งชี้ถึงพื้นที่ที่ตนเองต้องรับผิดชอบ แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นอาร์มติดบนชุดที่ใช้ปฏิบัติงาน คาดว่าตำรวจทุกโรงพัก มีมากกว่า 1,000 สถานีที่ออกแบบอาร์มของตัวเอง
ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แทรกแซงเรื่องแนวคิดสร้างสรรค์ แต่การจะติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดที่แสดงถึงสถานะการเป็นตำรวจ ต้องได้รับอนุญาตตามระเบียบ ต้องทำให้ถูกต้องครบถ้วน ตนในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกสถานีตรวจสอบให้ถูกต้อง
สำหรับที่ สน.ห้วยขวาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า เมื่อประชาชนตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนเทา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สอบถามและตรวจสอบไปทันที ได้รับคำยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆกับจีนเทา การที่ใช้สัญลักษณ์มังกร เพราะท้องที่นี้มีสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จึงใช้สัญลักษณ์มังกรมาใส่ในอาร์ม
นอกจากนี้ เท่าที่ตนได้ตรวจสอบเครื่องหมายประจำอาร์มของชุดปฏิบัติการสายตรวจที่แต่ละสถานีสร้างสรรค์คิดค้นขึ้นมา ก็พบว่ามีความเชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญของโรงพักนั้นๆ ทั้งสิ้น เช่น อาร์มของ สน.จักรวรรดิ ก็เป็นรูปมังกรเหมือนกัน สอบถามไปก็ได้รับคำตอบว่าเป็น “ถิ่นเยาวราช” ส่วน สน.ภาษีเจริญ ก็เป็นรูปวัด ตรงข้ามโรงพัก ถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว และช่วยให้พี่น้องประชาชนที่ได้เห็น ก็จะรู้ว่าเห็นอาร์มนี้แล้ว นึกถึงโรงพักนี้
อย่างไรก็ดี สำหรับอาร์มของ สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบพบว่า ยังไม่ได้ขออนุญาต จึงแจ้งให้ขออนุญาตตามระเบียบก่อน ส่วนเรื่องรูปแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์ ทางผู้บังคับบัญชาไม่แทรกแซง เพราะรู้ดีว่าเป็นความภาคภูมิใจของตำรวจ เหมือนในต่างประเทศที่มีอาร์มของตัวเอง ทั้งตำรวจเมือง ตำรวจรัฐ
ส่วนความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทา ยืนยันว่าไม่มี แต่ถ้าภาคประชาชนมีข้อมูลว่าตำรวจรายใดเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ขอให้แจ้งเบาะแสมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดำนินการเต็มที่ ไม่มีละเว้น
ก่อนหน้านี้ “อาร์มมังกร” ของ สน.ห้วยขวาง มีกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลอย่างหนัก เนื่องจากห้วยขวางเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชาวจีน ทั้งอยู่ระยะสั้น ระยะยาว มีกรณีต้องสงสัยว่าใช้นอมินีคนไทยในการประกอบธุรกิจ มีกระแสข่าวประปรายว่าบางร้านอาหารไม่มีเมนูภาษาไทย ไม่มีลูกจ้างไทย ไม่รับเงินไทย รับแต่เงินหยวน จนโลกโซเชียลถึงกับใช้คำว่า “มณฑลห้วยขวาง” จนถูกมองว่าการใช้ “อาร์มมังกร” ของตำรวจ สน.ห้วยขวาง จะไปเกี่ยวโยงกับชาวจีนในพื้นที่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังพบสัญลักษณ์มังกรที่มีคำว่า “Huaikwang Police” บนหน้าหลักของเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ทางการของ สน.ห้วยขวาง ก่อนจะมีการเปลี่ยนรูปภาพภายหลังจากตกเป็นข่าว แต่เช้าวันที่ 11 กรกฎาคม หากค้นหาคำว่า สน ห้วยขวาง ใน Google ก็ยังพบสัญลักษณ์มังกรเชื่อมโยงไปยังเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ทางการของ สน.ห้วยขวาง อยู่
นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นในฐานะอดีตประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารราชการตำรวจ ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว และมีโอกาสศึกษาระบบตำรวจในหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย โปแลนด์ เยอรมนี และญี่ปุ่น จึงอยากชวนคิดต่อว่า กรณีที่กำลังเป็นข้อถกเถียงไวรัลไม่ได้มีแค่สัญลักษณ์บนแขนเสื้อ แต่ “ตรามังกร” นี้ ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบตำรวจไทยด้วย
หากมองตามบริบทของพื้นที่ สน.ห้วยขวาง เป็นย่านที่อยู่ใกล้เคียงสถานเอกอัครราชทูตจีน รัชดา-ห้วยขวาง มีชาวจีน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวอาศัยอยู่จำนวนมาก การออกแบบสัญลักษณ์มังกร หากมองในแง่ดี ก็อาจตีความได้ว่า เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้ผู้คนจดจำเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ได้ง่าย และทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจใกล้ชิดกับชุมชน
นายปิยรัฐ ตั้งคำถามว่า สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐ ความรู้สึกของประชาชนจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หากประชาชนจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่สบายใจ ตำรวจก็ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง โดยในอนาคตอาจมีการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นักออกแบบ หรือผู้ที่มีความรู้ด้านศิลปะและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เข้ามาร่วมเสนอแนวคิดหรือออกแบบ Arm Patch ร่วมกัน น่าจะทำให้ได้สัญลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นห้วยขวางได้ดีกว่า และเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่รู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน
“สำหรับผม ประเด็นที่ควรถกเถียงกันมากกว่าสัญลักษณ์บนแขนเสื้อ คือโครงสร้างการบริหารงานตำรวจของไทย จากการศึกษาระบบตำรวจในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีหรือญี่ปุ่น จะเห็นว่าตำรวจในแต่ละรัฐหรือแต่ละจังหวัดสามารถกำหนดรายละเอียดของเครื่องแบบและเครื่องหมายให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ เพราะตำรวจเหล่านั้นมีความผูกพันกับพื้นที่และรับใช้ประชาชนในพื้นที่ของตนเอง”
นายปิยรัฐ อธิบายต่อในเชิงโครงสร้างว่า ระบบตำรวจไทยยังคงรวมศูนย์อำนาจไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้หลายเรื่องต้องรอการตัดสินใจจากส่วนกลาง ทั้งเรื่องการบริหารงาน การแต่งตั้งโยกย้าย และแม้แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องแบบหรือระเบียบปลีกย่อยต่างๆ ทั้งที่หลายเรื่องควรเปิดโอกาสให้พื้นที่ตัดสินใจได้เองภายใต้กรอบมาตรฐานเดียวกัน
“ผมจึงเห็นว่า รัฐบาลควรรับข้อเสนอของสภาฯ ที่ผมและคณะเคยผลักดันเพื่อกระจายอำนาจการบริหารงานตำรวจสู่จังหวัด พื้นที่ เพื่อให้ผู้บริหารสำนักงานตำรวจ ได้เปิดพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์หรือการเชื่อมโยงกับชุมชน หากปรับปรุงกฎระเบียบให้เหมาะสม เปิดพื้นที่ให้ตำรวจระดับปฏิบัติการและประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ก็จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการปฏิรูปตำรวจผ่านการกระจายอำนาจ ซึ่งจะทำให้ตำรวจเป็นของพื้นที่มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”
ด้านตำรวจก็ไม่นิ่งนอนใจ เมื่อคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) จึงออกแถลงการณ์ชี้แจงผลการตรวจสอบในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า สัญลักษณ์อาร์มรูปมังกรถูกใช้ภายในงานป้องกันและปราบปราม (สายตรวจ) ของ สน.ห้วยขวาง มาประมาณ 3–4 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงฝ่ายงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น และการออกแบบไม่ได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับองค์กร กลุ่มบุคคล หรือกลุ่มทุนใด โดยจากการตรวจสอบพบว่า เครื่องหมายดังกล่าว ยังไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ จึงมีคำสั่งยกเลิกการใช้อาร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตทุกสถานี
ข้อสรุปของปิยรัฐ คือ ท้ายที่สุด ไม่ว่าตำรวจจะติดอาร์มแบบใด หรือใช้เครื่องแบบลักษณะไหน สิ่งที่จะทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นได้ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์บนแขนเสื้อ แต่คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ปราบปรามอาชญากรรมและทุนสีเทาโดยไม่เลือกปฏิบัติ และยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง
“เพราะศรัทธาของประชาชนไม่ได้เกิดจากเครื่องแบบ แต่เกิดจากการกระทำของผู้สวมเครื่องแบบนั้น”