- มลพิษทางสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาฝุ่นและควันจากร้านอาหารจีน โดยเฉพาะร้านหมาล่า
- ปัญหาจราจร มีข้อร้องเรียนเรื่องการจอดรถขวางทาง และกิจการหลายๆ แห่งไม่มีที่จอดรถ
- ความขัดแย้งในชุมชน เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างคนไทยในพื้นที่เดิม กับกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งเป็นชาวจีน
- ความมั่นคงและเศรษฐกิจ เพราะมีปัญหาป้ายโฆษณาที่ไม่มีภาษาไทย รวมถึงประเด็นความมั่นคงในระดับพื้นที่
สุวงศ์ เน้นว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวแก้ไขปัญหานี้ ไม่ได้ต้องการผลักดันไม่ให้คนจีนทำธุรกิจ แต่ต้องการดึงเข้ามาสู่กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยได้วางแผนจัดการเอาไว้ 3 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 ระดับเขต ประสานงานกับสำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างเข้มงวด และกวดขันเรื่องป้ายโฆษณาที่ไม่มีภาษาไทย
ระดับที่ 2 ระดับหน่วยงานภายนอก ประสานร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น กรมจัดหางาน , กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต เพื่อกวดขันและดึงธุรกิจเหล่านี้เข้าสู่ระบบภาษีและการดำเนินงานที่ถูกต้อง
ระดับที่ 3 ระดับสภา กทม. หากตนผ่านการเลือกตั้งเข้าไปได้ จะเสนอปรับปรุงและร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นมาใหม่ เพื่อควบคุมและดูแลเรื่องมลพิษของร้านค้า ป้ายร้านค้า และปัญหาจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ผู้สมัคร ส.ก.เขตห้วยขวาง กลุ่มคนทำงาน ยังบอกว่า ปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่เขตห้วยขวางยังมีอีกหลายปัญหา จากสถิติที่ประชาชนร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue มีมากกว่า 20,000 เรื่อง ซึ่งปัญหา 5 อันดับแรกประกอบด้วย ถนนชำรุด , อาคารและสถานที่ทรุดโทรม เสี่ยงพัง , ไฟฟ้าสาธารณะ มีแสงส่องสว่างไม่เพียงพอ , ปัญหาการกระทำผิดกฎจราจร และปัญหาทางเท้าพังเสียหาย
ที่ผ่านมาในฐานะที่ลงไปทำงานในพื้นที่ ได้เร่งรัดการทำงานของเขต ปัจจุบันเขตแก้ปัญหาไปได้เพียง 60% มีเรื่องค้างอยู่ราว 7,000 กว่าเรื่อง และใช้เวลาเฉลี่ย 13–14 วันต่อหนึ่งเคส ซึ่งตนตั้งใจจะเข้าไปทำหน้าที่ ส.ก. เพื่อเร่งรัดกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น