พรีวิวอาเซียนคัพ: ช้างศึกสู้ตายบุกฮานอยทวง 2 ลูกท้าชนดาวทอง
26 ส.ค. 2569 | apirak_pra

พรีวิวศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง 'เวียดนาม' เปิดบ้านรับมือ 'ทีมชาติไทย' หลังเลกแรกดาวทองตุน 2-0 ช้างศึกไร้ความกลัวพร้อมเปิดหน้าแลกทวงประตูคืน
ข่าว
26 ส.ค. 2569 | apirak_pra

พรีวิวศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง 'เวียดนาม' เปิดบ้านรับมือ 'ทีมชาติไทย' หลังเลกแรกดาวทองตุน 2-0 ช้างศึกไร้ความกลัวพร้อมเปิดหน้าแลกทวงประตูคืน
KEY
POINTS
พรีวิวฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบชิงชนะเลิศ (นัดที่ 2)
วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 (เวลา 20.00 น.)
ทีมชาติเวียดนาม vs ทีมชาติไทย
สนาม: มีดิ่งห์ สเตเดียม กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
ถ่ายทอดสด: แอปพลิเคชัน TrueVisions Now
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "อาเซียน คัพ 2026" เดินทางมาถึงเกมนัดตัดสินแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ณ สนามมีดิ่งห์ สเตเดียม กรุงฮานอย เป็นการพบกันระหว่าง "ทัพดาวทอง" ทีมชาติเวียดนาม (อันดับ 99 ของโลก) เปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ "ทัพช้างศึก" ทีมชาติไทย (อันดับ 94 ของโลก) หลังจากในเกมนัดแรก ทีมชาติไทย เปิดบ้านพ่ายไปก่อน 0-2
ทัพ "ดาวทอง" ภายใต้การนำทัพของ คิม ซัง-ซิก กุนซือชาวเกาหลีใต้วัย 49 ปี กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด หลังยืดสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันเป็นนัดที่ 25 (ชนะ 22 เสมอ 3) การบุกไปตุนความได้เปรียบถึงกรุงทิวา 2-0 ทำให้นัดนี้ขอเพียงแค่ผลเสมอ หรือพ่ายแพ้ไม่เกิน 1 ประตู ก็จะผงาดคว้าแชมป์อาเซียนไปครองเป็นสมัยที่ 4 ทันที นอกจากนี้ หากเวียดนามคว้าชัยชนะในนัดนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์เอาชนะทีมชาติไทย 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรก และเป็นการเอาชนะไทยในบ้านตนเอง 2 นัดติดในรายการนี้เป็นครั้งแรกอีกด้วย
ด้านทัพ "ช้างศึก" ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน พ่ายแพ้มา 2 นัดติดต่อกันในรอบ 5 วัน ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่มีทางเลือก ต้องเปิดหน้าแลกเพื่อทำประตูคืนให้เร็วที่สุดก่อน ในงานแถลงข่าว ฮัดสัน ยืนยันว่าทีมจะลงเล่นด้วยความเชื่อมั่นและปราศจากความกลัว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคเรื่องสภาพความฟิตของนักเตะที่อยู่ในช่วงปรีซีซั่นของสโมสร ขณะที่ สารัช อยู่เย็น กัปตันทีม ย้ำชัดว่ารับใช้ชาติไม่มีคำว่า "ชุดเอหรือชุดบี" ทุกคนมีคุณภาพเท่ากัน และตนเองมีสถิติที่ไม่เคยแพ้เวียดนามยามออกไปเล่นนอกบ้าน ซึ่งพร้อมจะรักษาสถิตินี้ต่อไปเพื่อคว้าแชมป์กลับไทย
ทีมชาติไทย (4-2-3-1): กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (GK) - นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, พรรษา เหมวิบูลย์, วันชัย จารุนงคราญ - สารัช อยู่เย็น, เสกสรรค์ ราตรี - คคนะ คำยก, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ยศกร บูรพา - ธีรศักดิ์ เผยพิมาย
สถานการณ์บีบบังคับให้ทีมชาติไทยต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก เพื่อหวังเจาะประตูแรกให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อเปิดเกมให้กว้างขึ้น ทว่าฝั่งเวียดนามที่ตุนสกอร์ไว้ 2 ลูก จะได้เล่นในเกมถนัด คือการตั้งรับอย่างมีวินัยในแดนตนเองและรอจังหวะสวนกลับเร็ว ความเร็วของผู้เล่นแนวรุกเวียดนามอาจเป็นภัยคุกคามในพื้นที่ว่างด้านหลังเกมรุกของไทย
นอกจากนี้ สถิติฟ้องว่านับตั้งแต่ใช้ระบบเหย้า-เยือนในปี 2004 ทีมชาติไทยเข้าชิง 8 ครั้ง หากแพ้ในเกมนัดแรก มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พลิกกลับมาคว้าแชมป์ได้ในปี 2016 บวกกับเสียงเชียร์ในสนามมีดิ่งห์ สเตเดียม ที่ขายตั๋วหมดเกลี้ยง 40,000 ที่นั่ง นับเป็นโจทย์สุดหินของช้างศึก แต่หากไทยได้ประตูนำเร็ว โอกาสพลิกสถานการณ์ก็ยังคงเปิดกว้าง