ล่าสุดวันนี้ ( 29 มิ.ย.2569) ช่วงสาย "ครูนิ่ม" พร้อมกับครอบครัวเดินทางมาที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ หรือ สพม.สมุทรปราการ เพื่อยื่นรายงานตัวและเข้าพบผู้อำนวยการและตัวแทนเขตการศึกษา รวมถึงตัวแทนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่เป็นผู้จัดสอบของ "ครูนิ่ม" เพื่อฟังการชี้แจงและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ด้าน ดร.วรพจน์ สิงหราช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ หรือ สพม.สมุทรปราการ ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ โดยระบุว่า หลังจากที่ สพม.สมุทรปราการ ได้มีกำหนดการคัดเลือกบรรจุข้าราชการ ในตำแหน่งครูผู้ช่วยในปี 2569 แทนตำแหน่งเดิมที่เกษียณอายุราชการไป โดยได้จัดสรรไว้ 25 % จำนวน 14 อัตรา ตามระเบียบราชการที่กำหนดไว้ และสพม.สมุทรปราการ ได้มีการว่าจ้างทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในการจัดทำข้อสอบและประมวลผลสุดท้ายก่อนจะส่งกลับมาที่ สพม.สมุทรปราการ
ซึ่งมีไทม์ไลน์คือ
- จัดทำสอบข้อเขียนในวันที่ 14 มิถุนายน 2569
- กำหนดการประกาศผลคะแนนในวันที่ 18 มิถุนายน 2569
- สพม. สมุทรปราการ ได้รับผลคะแนนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในช่วงบ่ายของวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ สพม.สมุทรปราการ ได้ตรวจสอบผลคะแนนของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนจนมีผลคะแนนปรากฏชื่อของ "ครูนิ่ม" ยึดตามการเซ็นกำกับในเอกสารผลคะแนนที่ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตส่งมาให้ทุกอย่าง และเมื่อ สพม.ตรวจสอบเอกสารการประกาศผลคะแนนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตแล้ว สพม.สมุทรปราการ จึงมีการออกประกาศรับรองการคัดเลือกบรรจุราชการของครูนิ่มในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ก่อนเซ็นคำสั่งประกาศดังกล่าวและมีหนังสือไปยังครูนิ่มให้มารายงานตัว ในวันที่ 29 มิ.ย. 2569
- วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต แจ้งว่าให้ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลคะแนนของตัวเองได้ กระทั่งช่วงสายของวันที่ 22 มิ.ย.2569 มีผู้เข้าสอบรายหนึ่งแจ้งกลับมายัง สพม.สมุทรปราการ พบว่าคะแนนสอบของตนเองมีผลคะแนนน้อยเกินไป และไม่มีชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือก ทาง สพม.สมุทรปราการ จึงให้มีการทำหนังสือบันทึกดังกล่าวในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ขึ้นมาตามระเบียบและขั้นตอน
- จากนั้น สพม.สมุทรปราการ จึงมีหนังสือไปยังมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันเดียวกัน เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน
- ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2569 พบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง จากผลคะแนนของผู้ร้อง โดยพบว่ามีผลคะแนนเพียง 9 คะแนน ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทางมหา'ลัย จึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และพบความผิดพลาดในการตรวจสอบจริง ทำให้ผลคะแนนเดิมจาก 9 คะแนน เพิ่มขึ้นเป็น 47 คะแนนและเป็นอันดับ 1 ของการสอบ จึงทำให้ "ครูนิ่ม" ตกเป็นอันดับ 2 ทันที โดยวิชาเอกฟิสิกส์นั้น กำหนดไว้เพียงตำแหน่งเดียว จึงมีคำสั่งยกเลิกประกาศรายชื่อของ "ครูนิ่ม" ที่ผลข้อสอบปรากฏภายหลังว่าเป็นอันดับที่ 2
ขณะที่ ตัวแทนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้แจงว่า หลังจากได้รับหนังสือจาก สพม.สมุทรปราการ ให้มีการตรวจสอบผลคะแนนสอบของผู้ร้อง ซึ่งเมื่อไปตรวจสอบขั้นตอนการทำข้อสอบ รวมถึงกระดาษคำตอบและคีย์เฉลยคำตอบและตัวเลขชุดข้อสอบทั้งหมดตรงกันในการตรวจครั้งแรก พบว่าได้คะแนนเพียง 9 คะแนน จึงมีการตรวจสอบเนื้อหาข้อสอบอย่างละเอียด พบว่าเนื้อหาข้อสอบด้านในไม่ตรงกับปกของข้อสอบ มีการสลับปกกันระหว่างข้อสอบชุด A กับชุด B พอตรวจสอบก็พบว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยจึงสอบสวนกลับไปที่โรงพิมพ์ โดยทางโรงพิมพ์แจ้งว่ามีการซ่อมข้อสอบ เนื่องจากว่าในการผลิตพบว่ามีข้อสอบทั้งหมด 8 -9 ชุด ที่เสียหาย และมี 2 ชุดในส่วนของ สพม.สมุทรปราการ ที่กำหนดสอบไว้เสียหายในวิชาเอกฟิสิกส์ และเอกคอมพิวเตอร์ แต่การผิดพลาดเกิดจากการสลับปก คือ ปกเป็น A แต่เนื้อด้านในเป็น B จึงทำให้คีย์เฉลยเกิดความผิดพลาดและปรากฏผลคะแนนที่ 9 คะแนน
ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงมีการตรวจสอบให้ใหม่ และใช้คีย์เฉลยให้ตรงตามชุดสอบ จึงปรากฏผลคะแนนจากเดิมที่เกิดผิดพลาดจากโรงพิมพ์ พอมาตรวจใหม่พบว่า คะแนนจริงคือ 47 คะแนน และขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของการสอบในครั้งนี้
ส่วนชุดอื่นที่มีการซ่อมทั้งหมด ทางมหาวิทยาลัยได้มีการตรวจสอบแล้วเช่นกัน และพบว่าปกตรงกับชุดข้อสอบจึงทำให้คะแนนตรงกับการสอบจริงที่ได้ ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ "ครูนิ่ม" นั้น เกิดจากความผิดพลาดของทางโรงพิมพ์ที่ใส่ปกไม่ตรงกับเนื้อหาข้อสอบด้านใน
อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับทางครูนิ่ม ทางมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะเยียวยาทางครูนิ่ม ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอต่าง ๆ ไปยังครูนิ่ม แต่ทางครูนิ่มยังไม่รับข้อเสนอ และขอปรึกษาทางครอบครัวก่อน
ด้าน "ครูนิ่ม" ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชนด้วยเสียงสั่นเครือ โดยบอกว่า ตนเองเข้าสู่กระบวนการของการสอบอย่างถูกต้อง ทำตามระเบียบของการสอบทุกอย่าง พอมีประกาศผลการสอบและแต่งตั้งออกมา ถือเป็นข่าวดีแบบมาก ๆ เพราะดิฉันก็พยายามที่จะสอบเป็นข้าราชการครู ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่เรียนจบมาทุกปีก็สอบครูผู้ช่วยทั่วไป ติดทุกรอบ แต่ว่ายังเรียกบรรจุไม่ถึง ตนเองจึงมีความพยายามอย่างมากที่จะสอบในครั้งนี้ เพราะว่าเป็นปีแรกที่ได้สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษอายุงานครบ 3 ปี แล้วตอนนี้เมื่อได้รับข่าวดี ตนก็มีความดีใจเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ญาติพี่น้อง รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ทำงานก็ดีใจด้วยเป็นอย่างมาก เพราะเห็นถึงความพยายามของตนเอง
หลังจากที่ได้รับข่าวดี ตนเองก็ทำการลาออกจากงานทันที เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้ารับบรรจุข้าราชการครู แต่สุดท้ายความดีใจและความฝันอันสูงสุดก็แตกสลายลง เพราะว่ามีประกาศยกเลิกออกมา จึงทำให้ได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก
และตั้งแต่วันที่เห็นประกาศบอกเลิกคำสั่ง ทำให้ตนเองกินไม่ได้ นอนไม่หลับ แล้วก็มีภาวะความเครียด ความกังวลกับเรื่องนี้อย่างมากมาจนถึงวันนี้ ตนเองเป็นเพียงผู้ที่ทำตามกระบวนการที่ถูกต้องตามระเบียบที่จัดสอบ แต่กลับได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ จนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด เพราะว่าเราคาดหวังมันไปแล้ว มันเป็นเราไปแล้ว ซึ่งตนเองคาดหวังกับการได้บรรจุเป็นข้าราชการครูเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายมันแตกสลายเพียงเพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการชี้แจงของทางมหา'ลัย
ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์เสร็จได้เดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่รัฐสภา