เรียกบิ๊กโจ๊ก-เอกวิทย์ รับทราบข้อหา 6 ก.ค.นี้คดีสินบนทองคำ
23 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

คณะกรรมการไต่สวนอิสระเรียก “เอกวิทย์-โจ๊ก” กับพวกไต่สวนเข้ม-รับทราบข้อกล่าวหา 6 ก.ค. จัดห้องเชือดรูปตัวยู (U) 9 องค์คณะจัดไต่สวนเอง
ข่าว
23 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

คณะกรรมการไต่สวนอิสระเรียก “เอกวิทย์-โจ๊ก” กับพวกไต่สวนเข้ม-รับทราบข้อกล่าวหา 6 ก.ค. จัดห้องเชือดรูปตัวยู (U) 9 องค์คณะจัดไต่สวนเอง
KEY
POINTS
23 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการไต่สวนอิสระเตรียมเปิดห้องสอบสวนรูปแบบตัวยู ยิงคำถามเข้มข้นระดับผู้พิพากษาศาลฎีกา เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก พร้อมพวกรวม 4 คน ในวันที่ 6 ก.ค. 2567 นี้ หลังมีมติเอกฉันท์ 9-0 ชี้มูลความผิดกรณีเอี่ยวการเรียกรับ สินบนทองคำ น้ำหนัก 246 บาท ที่เชื่อมโยงมาจากเครือข่าย เว็บพนันออนไลน์ ซี่งถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า หากผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาหักล้างได้ คดีนี้มีโอกาสสูงที่จะถูกชี้มูลความผิดในทางลบ ตามแนวทางไต่สวนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ความคืบหน้าภายหลังจากคณะกรรมการไต่สวนอิสระ มีมติ 9-0 ให้แจ้งข้อหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับสินบนทองคำ 246 บาท จาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับพวก รวม 4 คน ในความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ (ยังไม่มีข้อมูลว่ามาตราใดบ้าง) กรณีการเรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท จาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ถูก ป.ป.ช. ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์
มีรายงานว่า หนังสือเรียกนัดทราบข้อกล่าวหาของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ลงเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน รับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงในวันที่ 6 ก.ค. 2567 โดยในวันนั้นมีรายงานว่า องค์คณะคณะกรรมการไต่สวนอิสระทำหน้าที่เปรียบเสมือนพนักงานสอบสวนทำการซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง
แหล่งข่าวระบุบรรยากาศในวันนั้นว่า การแจ้งข้อหาและไต่สวน จะมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงในห้อง ที่มีการจัดที่นั่งเป็นรูปตัวยู (U) และที่นั่งของผู้ถูกกล่าวหาตั้งอยู่ข้างหน้า เป็นที่นั่งมีไมโครโฟน 4 ตัว คอยตอบคำถามการไต่สวน จากองค์คณะแต่ละคนที่มีดีกรีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และมีความอาวุโสจนได้รับการยอมรับ และได้รับเลือกเข้ามาเป็นคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ซึ่งมีระดับไม่น้อยกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา
โดยจะมีการแจ้งข้อหาพร้อมไต่สวนถ้อยคำด้วยตนเอง เรียกว่าแทบจะไม่ต่างจากการไต่สวนในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีความเข้มข้นและกดดันจากภูมิความรู้ของผู้ไต่สวน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้แสดงพยานหลักฐานเชิงประจักษ์จนสิ้นสงสัย เกรงว่าสุดท้ายแล้วผลการสอบสวนและมติว่า จะชี้มูลหรือไม่ มีโอกาสจะออกมาในทางลบค่อนข้างสูง