สำรวจจุดอ่อน จุดตัดรางรถไฟอโศก จากบทเรียนรถไฟชนรถเมล์
18 พ.ค. 2569

สำรวจจุดอ่อน จุดตัดรางรถไฟอโศก ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เสียชีวิต 8 ราย พังราบตั้งแต่ Human Error ระบบรั่ว และวินัยจราจร
ข่าว
18 พ.ค. 2569

สำรวจจุดอ่อน จุดตัดรางรถไฟอโศก ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เสียชีวิต 8 ราย พังราบตั้งแต่ Human Error ระบบรั่ว และวินัยจราจร
โศกนาฏกรรมช็อกกลางกรุง รถไฟชนรถเมล์ ใกล้แยกอโศก-เพชรบุรี มักกะสัน ไฟลุกท่วมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย เมื่อเย็นวันที่ 16 พ.ค. 69 ฉายภาพชัดถึงรอยรั่ว รูรั่ว ทั้งของระบบและคน นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่
อโศก ขึ้นชื่อเป็นย่านรถติด มียวดยานพาหนะหนาแน่น และจุดเกิดเหตุมักปรากฏภาพยวดยานพาหนะคร่อมรางรถไฟเนื่องจากรถติด เป็นภาพที่คุ้นเคยสำหรับผู้ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ
1.เมื่อทราบว่ารถไฟจะมาเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณที่อยู่ด้านบนป้อม จะต้องวิทยุแจ้งคนขับรถไฟให้หยุดรถ
2.เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ จะต้องแจ้งวิทยุประสานไปทางตำรวจที่ประจำป้อมตำรวจ ปล่อยไฟเขียวระบายรถ ไม่ให้มีรถจอดคร่อมรางรถไฟ
3.จากนั้นจึงนำไม้กั้นลง เพื่อกั้นไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน
4.ส่งสัญญาณให้รถไฟวิ่งผ่านได้
1.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณอ้างว่า ไม่สามารถนำไม้กั้นลงได้ เนื่องจากมีรถจอดคร่อมรางรถไฟอยู่ ถามว่าทำไมถึงไม่วิทยุแจ้งตำรวจให้เปิดไฟเขียวเพื่อระบายรถ แล้วค่อยนำไม้กั้นลง
2.เจ้าหน้าที่รถไฟที่ให้สัญญาณ ใช้วิธียกธงสีแดงแทน เพื่อส่งสัญญาณให้รถไฟชะลอความเร็ว และหยุดก่อน แต่รถไฟหยุดไม่ทัน หรือแทบไม่ได้ชะลอความเร็วเลย
โดย ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยผลตรวจกล่องดำหัวรถจักรของรถไฟ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย สรุปว่า “ความเร็วของรถไฟอยู่ที่ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดรถด้วยการใช้ Emergency brake ก่อนจุดชนประมาณ 100 เมตร เป็นการหยุดรถที่ช้าเกินไป ซึ่งรถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์นับพันตัน การหยุดรถที่มีโมเมนตัมหรือมีน้ำหนักมาก ต้องใช้ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตรในการเบรก”
1. เจ้าหน้าที่ที่โบกธงให้สัญญาณ ได้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ ทำไม่ถึงไม่วิทยุแจ้งที่ป้อมตำรวจเพื่อให้ปล่อยไฟเขียว เพื่อระบายรถ ไม่ให้จอดคร่อมรางรถไฟ จุดนี้เป็นความประมาทใช่หรือไม่
2. คนขับรถไฟทำอะไรอยู่ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณวิทยุแจ้งคนขับรถไฟให้หยุด รวมถึงมีการโบกธงสีแดงเพื่อส่งสัญญาณให้หยุดรถ ทำไมถึงไม่หยุดความเร็ว ซึ่งต้องสอบปากคำและเช็กกล่องดำหัวรถจักร ให้ชัดเจน ว่า คนขับรถไฟหลับในหรือไม่ หรือเป็นเพราะเหตุใด
ที่น่าตกใจ เมื่อตรวจพบสารเสพติดในเลือดของ นายสยมพร อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ โดย นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยในเวลาต่อมาด้วยว่า คนขับรถไฟไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที โดยให้ดำเนินคดีถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไป
3.ในส่วนของรถเมล์และยานพาหนะคันอื่นๆ ที่จอดคร่อม หรือจอดชิดรางรถไฟ ทั้งๆที่จุดตัดมีสัญญาณเสียงและไฟเตือนว่าจะมีรถไฟมา ทำไมถึงไม่ยอมหยุด
ทั้งที่ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ผู้ขับขี่จะต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟในระยะ ไม่น้อยกว่า 5 เมตร
ไม่เพียงเท่านั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดในหลายๆจุด ฟ้องถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ ที่ไม่มีวินัย และไม่เคารพกฎจราจร เมื่อมีไม้กั้นทางรถไฟลงมา มักจะเห็นรถจักรยานยนต์ไม่จอด และ ขับ ลอด มุด อ้อม โดยไม่เกรงกลัวอันตราย
1.ความประมาทของตัวเจ้าหน้าที่ human error
2.ระบบ การทำงานที่ซับซ้อนและมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
3.ความประมาทและไม่เคารพวินัยการจราจรของผู้ขับขี่เอง
ข่าวล่าสุด