แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องร่วมมือกันเพราะเป็นการใช้เส้นทางสาธารณะร่วมกัน โดยทางตำรวจอาจจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ส่วนทางการรถไฟฯ ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงรถยนต์ที่สัญจรทั่วไปที่ใช้ทางสาธารณะร่วมกันก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย
“สนับสนุนแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรี ต่อไปจุดตัดทางรถไฟที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ควรจะพิจารณาว่าจะเป็นเส้นทางยกระดับ หรือเป็นอุโมงค์ไปเลยในอนาคต มันได้หลายอย่างคือ 1. ในเรื่องความปลอดภัย 2. ลดการติดขัดปัญหาการจราจรกรณีที่รถไฟมา เพราะรถไฟขบวนค่อนข้างยาว เวลากั้นทีหนึ่งยอมรับว่าใช้เวลาค่อนข้างนาน ปัญหาพวกนี้ต้องดูว่าวิธีการแก้ไขให้หมดไปอย่างไร ต้องคำนึงถึงด้านความปลอดภัยด้วย และด้านการลดความติดขัดของการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครด้วย” นายวุฒิชาติ กล่าว
นายวุฒิชาติ ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ มีโครงการเกี่ยวกับการรณรงค์เข้มงวดระเบียบการจราจร แต่ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก จึงมีการปรับมาเป็นการจัดอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งเชื่อว่าหากไปค้นคลิปในอดีตจะเห็นได้ว่า รถไฟจะจอดรอจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่จราจรเสร็จเรียบร้อย รถไฟจึงจะสามารถเดินทางผ่านได้ แต่กรณีนี้ต้องดูสาเหตุว่า เหตุใดจึงไม่เบรกก่อนถึงจุดตัดในระยะ 100 เมตร ทั้งที่ผ่านจุดแยกมาหลายจุด
เมื่อถามว่าหากทุกคนเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบวินัย จะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้และไม่จำเป็นต้องขุดอุโมงค์หรือทำทางอื่นใช่หรือไม่
นายวุฒิชาติ กล่าวว่า ในอนาคตหากมียานพาหนะเพิ่มขึ้น การจราจรก็จะหนาแน่นขึ้น ยอมรับว่าหากเข้มงวดจริงๆ กว่ารถไฟจะผ่านได้แต่ละขบวน เคยจับเวลาดูพบว่าใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 นาที หรือบางครั้งหากรถไฟจะต้องสวนกัน อาจจะต้องใช้เวลาถึง 20 นาที โดยเห็นว่าการสะสมของปริมาณรถยนต์ที่ใช้บนทางสาธารณะมีค่อนข้างมาก ดังนั้นในอนาคตก็จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วย ถึงแม้ว่าทุกคนจะช่วยกันในเรื่องการรักษาวินัยการจราจรเป็นอย่างดีแล้ว แต่บางทีเรื่องของการลดความติดขัดด้านการจราจรก็มีความจำเป็น
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ พยายามแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ได้ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อประสานมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังดูแลในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย จึงเห็นด้วยกับดำริของนายกรัฐมนตรีที่มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาบริเวณจุดตัดรถไฟ
เมื่อถามถึงผลการตรวจคนขับรถไฟที่พบว่ามีปัสสาวะสีม่วงและไม่ได้รับใบอนุญาต ทางการรถไฟฯ จะต้องชี้แจงอย่างไร
นายวุฒิชาติ กล่าวว่า แยกออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ประเด็นปัสสาวะสีม่วง ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากมีการเสพสารเสพติดย่อมมีความผิดจริง
และ 2. เรื่องของใบอนุญาต ซึ่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางเพิ่งจะผ่านการบังคับใช้ โดยตนยังไม่แน่ใจว่าในบทเฉพาะกาลท้ายกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการภายในระยะเวลาเท่าใด เพราะในสมัยก่อนรถไฟจะเดินรถและมีมาตรฐานในการอบรมเจ้าหน้าที่เอง
"ขณะเดียวกัน จะมีการสอบถามเรื่องผลวิเคราะห์จากกล่องดำด้วย เพราะจะมีข้อมูลบันทึกเรื่องของการสื่อสาร แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่ากล่องดำบนเครื่องบิน ทว่าจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสื่อสารระบุอยู่ ว่าพนักงานกั้นรถไฟได้ตีสัญญาณธงแดงตามที่ปรากฏในคลิปหรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามนั้น รถไฟจะไม่สามารถวิ่งผ่านได้อยู่แล้ว" นายวุฒิชาติ เผย
#รถไฟชนรถเมล์ #อโศกดินแดง #กมธคมนาคม #วุฒิชาติกัลยาณมิตร #คนขับรถไฟฉี่ม่วง #จุดตัดรถไฟ #อุโมงค์ทางลอด