เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่องรูรั่ว "ชนสยองมักกะสัน" สะท้อนอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากจุดเดียว

18 พ.ค. 2569

ส่องรูรั่ว "ชนสยองมักกะสัน" สะท้อนอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากจุดเดียว

อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจาก “ความผิดพลาดจุดเดียว” ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ สาย 206 แยกมักกะสัน ชี้ชัดความสูญเสียครั้งนี้เกิดจาก "รูรั่วหลายชั้นที่เรียงตรงกัน"

18 พฤษภาคม 2569 เพจโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย Thailand Infrastructure โพสต์ข้อความระบุว่า รถไฟชนรถเมล์มักกะสัน: อุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจาก “ความผิดพลาดจุดเดียว” แต่เกิดจากรูรั่วหลายชั้นที่เรียงตรงกัน

ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความเสียใจสำหรับผู้เสียชีวิต และขอให้กำลังใจ ผู้ได้รับบาดเจ็บให้กลับมาแข็งแรงโดยไวครับ

เหตุรถไฟขนสินค้าชนรถเมล์บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ใต้แนว Airport Rail Link นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และผมก็คิดว่าถ้าเราอยู่ในสภาพนี้ ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน แต่ผมไม่อยากให้มองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุเฉพาะหน้า หรือความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

เพราะอุบัติเหตุใหญ่ในระบบคมนาคม มักไม่ได้เกิดจาก “รูรั่วรูเดียว” แต่เกิดจาก รูรั่วหลายชั้นของระบบความปลอดภัย ที่บังเอิญเรียงตรงกันพอดี

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "Swiss Cheese Model" 

ส่องรูรั่ว "ชนสยองมักกะสัน" สะท้อนอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากจุดเดียว

แน่นอนว่าในระบบคมนาคมที่ปลอดภัย เราควรมีชั้นป้องกันหลายชั้น เช่น

ชั้นที่ 1: กฎจราจร
รถทุกชนิดต้องไม่หยุดค้างบนจุดตัดทางรถไฟ และเว้นระยะอย่างน้อย 5 เมตร จากทางรถไฟ ไม่ว่าจะรถติดแค่ไหนก็ตาม 

*** ซึ่งในที่เกิดเหตุ ก็มีการตีเส้นห้ามหยุดไว้แล้ว เพราะจุดตัดทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่รอคิวจราจร

ชั้นที่ 2: ไม้กั้นและสัญญาณเตือน
เมื่อรถไฟกำลังจะผ่าน ไม้กั้นต้องทำงานสมบูรณ์ สัญญาณไฟและเสียงต้องชัดเจนเพียงพอให้ผู้ใช้ถนนรับรู้และหยุดได้ทัน 

*** ซึ่งในภาพและคลิป ก็ได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งรถไฟ

ชั้นที่ 3: ระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟ
ตามกฎการเดินรถของการรถไฟ ถ้าไม้กั้นยังไม่ปิดเรียบร้อย หรือพื้นที่จุดตัดยังไม่ปลอดภัย รถไฟไม่ควรได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าสู่จุดตัดนั้นได้ 

ชั้นที่ 4: การควบคุมจราจรรอบจุดตัด
พื้นที่อย่างมักกะสันเป็นจุดที่จราจรหนาแน่น มีรถเมล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และคนเดินเท้าจำนวนมาก จึงควรมีมาตรการเฉพาะ เช่น กล้องตรวจจับรถค้างบนราง เจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง หรือระบบแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุมแบบ Real-time

ชั้นที่ 5: การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ต่อให้ระบบไม้กั้นดีแค่ไหน จุดตัดระดับดินกลางเมืองก็ยังเป็นจุดเสี่ยงโดยธรรมชาติ ทางแก้ที่ถาวรที่สุดคือ “แยกรถไฟออกจากถนน” ไม่ว่าจะด้วยทางยกระดับ ทางลอด หรือการปรับโครงข่ายรถไฟใหม่

ส่องรูรั่ว "ชนสยองมักกะสัน" สะท้อนอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากจุดเดียว

ปัญหาคือ วันนี้รูรั่วเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น
แต่เราเห็นมันจนชินตา

เราเห็นรถติดบนทางตัดรถไฟจนชิน
เราเห็นไม้กั้นกลางเมืองจนชิน
เราเห็นรถไฟสินค้าวิ่งผ่านพื้นที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ จนชิน
เราเห็นโครงการแก้ปัญหาล่าช้าจนชิน

จนสุดท้าย ความชินตากลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครรู้สึกว่าต้องรีบแก้

ทั้งที่จริงแล้ว จุดนี้มีทางแก้เชิงโครงสร้าง เพื่อให้จบทุกปัญหา คือ

- โครงการ Missing Link สายสีแดง 
ช่วงหัวหมาก–มักกะสัน–พญาไท–บางซื่อ
โครงการนี้ควรเป็นโครงสร้างสำคัญในการจัดระบบรถไฟสายตะวันออก เชื่อมเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และลดปัญหาจุดตัดระดับดินในเขตเมืองชั้นใน "ทั้งหมด" 

แต่โครงการกลับล่าช้ามานาน ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้การแก้ปัญหาความปลอดภัยของคนเมืองถูกผูกไว้กับความล่าช้าของเมกะโปรเจกต์

- โครงการวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ ซึ่งยังขาดอยู่เพียงช่วง เช่น สุพรรณบุรี–บ้านภาชี เพื่อให้รถไฟสินค้าสามารถอ้อมออกนอกกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องลากขบวนสินค้าผ่านพื้นที่เมืองชั้นในที่มีจุดตัดกับถนนหนาแน่น

เพราะ รถไฟสินค้าไม่ควรต้องวิ่งตัดผ่านหัวใจเมือง ถ้าเรามีโครงข่ายรางรอบนอกที่สมบูรณ์พอ

--------------------
เหตุการณ์มักกะสันจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครผิด”
แต่เราควรตั้งคำถามว่า ปัญหาที่เราพูดกันมา 20 ปี ทำไมยังไม่แก้ มัวแต่รอๆๆๆ ผูกโครงการรวมกันไปหมด 

สุดท้ายอันนึงล่ม "ทุกอย่าง" ก็ล่มไปหมด

ผมขอเสนอ แนวทางในการแก้ปัญหาตรงนี้ใน 3 ด้าน คือ

1. อุดรูรั่วระยะสั้น
ตรวจสอบไม้กั้น สัญญาณเตือน อาณัติสัญญาณ และติดตั้งระบบป้องกัน Human Error ในจุดตัดเสี่ยงทั้งหมด 

พร้อมกับการ ทำ Interlocking ระหว่าง สัญญาณจราจร และสัญญาณระบบรถไฟ เพื่อระบายรถก่อนรถไฟจะผ่านจุดตัด เพื่อ "ป้องกัน" จราจร กีดขวางทางรถไฟ 

2. เร่ง Missing Link สายสีแดง
แยกงานส่วนที่จำเป็นต่อความปลอดภัยออกมาทำก่อน อย่าให้ติดอยู่กับความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน

3. เดินหน้าวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ
เติมโครงข่ายรางที่ขาด เพื่อให้รถไฟสินค้าอ้อมเมืองได้ ลดการนำความเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่เมืองชั้นใน

เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่ครั้งแรก และถ้าไม่แก้ให้เด็ดขาดก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าเรายังหย่อนยานกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน 

แต่ถ้าความปลอดภัยนี้ เริ่มตระหนักจากตัวเรา อย่างน้อย ตัวเรานั่นแหละปลอดภัยครับ

ส่องรูรั่ว "ชนสยองมักกะสัน" สะท้อนอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากจุดเดียว