ปัญหาคือ วันนี้รูรั่วเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น
แต่เราเห็นมันจนชินตา
เราเห็นรถติดบนทางตัดรถไฟจนชิน
เราเห็นไม้กั้นกลางเมืองจนชิน
เราเห็นรถไฟสินค้าวิ่งผ่านพื้นที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ จนชิน
เราเห็นโครงการแก้ปัญหาล่าช้าจนชิน
จนสุดท้าย ความชินตากลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครรู้สึกว่าต้องรีบแก้
ทั้งที่จริงแล้ว จุดนี้มีทางแก้เชิงโครงสร้าง เพื่อให้จบทุกปัญหา คือ
- โครงการ Missing Link สายสีแดง
ช่วงหัวหมาก–มักกะสัน–พญาไท–บางซื่อ
โครงการนี้ควรเป็นโครงสร้างสำคัญในการจัดระบบรถไฟสายตะวันออก เชื่อมเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และลดปัญหาจุดตัดระดับดินในเขตเมืองชั้นใน "ทั้งหมด"
แต่โครงการกลับล่าช้ามานาน ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้การแก้ปัญหาความปลอดภัยของคนเมืองถูกผูกไว้กับความล่าช้าของเมกะโปรเจกต์
- โครงการวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ ซึ่งยังขาดอยู่เพียงช่วง เช่น สุพรรณบุรี–บ้านภาชี เพื่อให้รถไฟสินค้าสามารถอ้อมออกนอกกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องลากขบวนสินค้าผ่านพื้นที่เมืองชั้นในที่มีจุดตัดกับถนนหนาแน่น
เพราะ รถไฟสินค้าไม่ควรต้องวิ่งตัดผ่านหัวใจเมือง ถ้าเรามีโครงข่ายรางรอบนอกที่สมบูรณ์พอ
--------------------
เหตุการณ์มักกะสันจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครผิด”
แต่เราควรตั้งคำถามว่า ปัญหาที่เราพูดกันมา 20 ปี ทำไมยังไม่แก้ มัวแต่รอๆๆๆ ผูกโครงการรวมกันไปหมด
สุดท้ายอันนึงล่ม "ทุกอย่าง" ก็ล่มไปหมด
ผมขอเสนอ แนวทางในการแก้ปัญหาตรงนี้ใน 3 ด้าน คือ
1. อุดรูรั่วระยะสั้น
ตรวจสอบไม้กั้น สัญญาณเตือน อาณัติสัญญาณ และติดตั้งระบบป้องกัน Human Error ในจุดตัดเสี่ยงทั้งหมด
พร้อมกับการ ทำ Interlocking ระหว่าง สัญญาณจราจร และสัญญาณระบบรถไฟ เพื่อระบายรถก่อนรถไฟจะผ่านจุดตัด เพื่อ "ป้องกัน" จราจร กีดขวางทางรถไฟ
2. เร่ง Missing Link สายสีแดง
แยกงานส่วนที่จำเป็นต่อความปลอดภัยออกมาทำก่อน อย่าให้ติดอยู่กับความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน
3. เดินหน้าวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ
เติมโครงข่ายรางที่ขาด เพื่อให้รถไฟสินค้าอ้อมเมืองได้ ลดการนำความเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่เมืองชั้นใน
เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่ครั้งแรก และถ้าไม่แก้ให้เด็ดขาดก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าเรายังหย่อนยานกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
แต่ถ้าความปลอดภัยนี้ เริ่มตระหนักจากตัวเรา อย่างน้อย ตัวเรานั่นแหละปลอดภัยครับ