กรุงเทพมหานครจึงต้องประสานความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมาย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการปรับปรุงผิวจราจรและสัญญาณไฟ ซึ่งพบว่าบางจุดมีสัญญาณติดตั้งอยู่แล้วแต่อาจยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ
"ผมได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่งไปทบทวนทางแยกและจุดเสี่ยงทุกแห่งที่มีรถไฟตัดผ่านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อดูว่าการทำเครื่องหมายจราจรได้ผลหรือไม่ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุนี้ที่มีความซับซ้อนของถนนคู่ขนานที่รถต้องเปลี่ยนเลนตัดกันไปมา ซึ่งเราต้องประสานงานร่วมกับทั้งตำรวจและรถไฟ ทั้งเรื่องผิวจราจรและสัญญาณไฟที่บางจุดยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ" นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
นายชัชชาติ กล่าว สำหรับแผนระยะยาว ในอดีตเคยมีแนวคิดโครงการยกระดับทางรถไฟในลักษณะเดียวกับเส้นวิภาวดีรังสิตที่ทำสำเร็จไปแล้ว ซึ่งจะช่วยลดจุดตัดได้มาก หรืออาจพิจารณาทำถนนลอดใต้ดินแทน แต่ต้องพิจารณาเรื่องระยะความลาดชัน (Slope) ด้วยเนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนเพชรบุรี ซึ่งเรื่องนี้เป็นโครงการที่ต้องสรุปและพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการลดอุบัติเหตุตามนโยบายของรัฐบาล
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการกวดขันวินัยจราจร กรุงเทพมหานครจะเน้นการประชาสัมพันธ์และให้ข้อเสนอแนะแก่ประชาชน แม้อำนาจการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก แต่ต้องมีการสรุปแนวทางร่วมกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ แนวคิดการแก้ปัญหาทางกายภาพในอดีต เคยมีการพิจารณาทั้งการยกระดับทางรถไฟให้สูงขึ้นเหมือนช่วงแจ้งวัฒนะถึงหลักสี่ ซึ่งจะช่วยให้จุดตัดน้อยลง หรือการขุดอุโมงค์ทางลอด ซึ่งในกรณีก่อสร้างทางลอดนั้น ต้องระมัดระวังไม่ให้ความชันของทางลาดส่งผลกระทบต่อทางแยกเพชรบุรีที่อยู่ต่อเนื่องกัน อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครจะนำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาในแผนงานบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุสลดซ้ำรอย
#รถไฟชนรถเมล์206 #จุดตัดอโศกดินแดง #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ #ขุดอุโมงค์ทางลอด #กทม #การรถไฟแห่งประเทศไทย #ความปลอดภัยบนท้องถนน