“ลูก – สามี” สุดกลั้น ฝากข้อความสุดท้ายถึง “ผอ.ศศิพัชร”
12 ก.พ. 2569
“ลูก – สามี” สุดกลั้นน้ำตา ยังทำใจไม่ได้ ฝากข้อความสุดท้ายถึง “ผอ.ศศิพัชร” ขณะที่ครอบครัวชายคลั่ง โชว์เอกสารลูกป่วยจิต ขอโทษครอบครัวผู้สูญเสีย
ข่าว
12 ก.พ. 2569
“ลูก – สามี” สุดกลั้นน้ำตา ยังทำใจไม่ได้ ฝากข้อความสุดท้ายถึง “ผอ.ศศิพัชร” ขณะที่ครอบครัวชายคลั่ง โชว์เอกสารลูกป่วยจิต ขอโทษครอบครัวผู้สูญเสีย
12 กุมภาพันธ์ 2569 จากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อช่วงเย็นวานนี้(11ก.พ.69) คนร้ายบุกเข้าไปกราดยิงและจับตัวประกันภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเหตุให้ นางศศิพัชร สินสโมสร หรือ ผอ.ผึ้ง ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บอีก 2 คนนั้น
ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ครอบครัวได้เคลื่อนย้ายร่าง ผอ.ศศิพัชร จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ มายังวัดยูงทอง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พร้อมประกอบพิธีรดน้ำศพและพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี
สำหรับนางศศิพัชร สินสโมสร อายุ 54 ปี ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ มี ครูเจษ หรือเจษฎา สินสโมสร สามี อาชีพครูเช่นเดียวกัน และมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 19 ปี ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ 13 ปี
โดยทีมข่าวเนชั่นทีวีได้มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกชายคนโต นายสุวิจักขณ์ อายุ 19 ปี ที่ยังอยู่ในอาการตกใจกับการสูญเสียแม่ อย่างไม่ทันตั้งตัว
โดยนายสุวิจักขณ์ เล่าว่า ทั้งพ่อและแม่เป็นคุณครูโรงเรียนใกล้กัน แม่เป็น ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ส่วนพ่อเป็นครูสอนที่โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ ในช่วงเกิดเหตุทราบจากข่าวว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปโรงเรียนและจับตัวประกันจึงโทรศัพท์หาแม่ทันที แต่ไม่ได้รับสาย กระทั่งได้โทรหาพ่อจึงทราบว่าแม่ถูกยิง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ไม่อยากเชื่อว่าแม่จะไม่อยู่แล้ว พร้อมกับฝากข้อความสุดท้ายไปถึงแม่ด้วยว่า “แม่ไม่ต้องห่วงลูกอยู่ตรงนี้นะ จะทำให้ดีที่สุด ลูกจะทำทุกอย่างให้เอง”
ขณะที่ครูเจษ หรือเจษฎา สินสโมสร สามี ผอ.ผึ้ง บอกกับทีมข่าวว่า ครอบครัวเสียใจมากแต่ทุกคนต้องพยายามเข้มแข็งให้ได้ เพื่อจัดงานศพให้ดีที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเล่านาทีเกิดเหตุให้ฟังว่า เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้กันเพียงแค่รางรถไฟกั้นกลาง ทำให้เห็นเหตุการณ์ที่โกลาหล โดยช่วงหนึ่งที่ทราบว่าคนร้ายบุกเข้าไปโรงเรียนได้พยายามโทรติดต่อภรรยาหลายสาย แต่ไม่รับทำให้ใจเริ่มสั่น
“กระทั่งได้ออกไปเฝ้าดูเหตุการณ์ด้านหน้าโรงเรียน จึงทราบว่าภรรยาถูกยิง ยิ่งเป็นกังวลมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย จนเมื่อเหตุการณ์คลี่คลายจึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันทีและเฝ้ารอติดตามอาการจนสุดท้ายเวลาตี 2 แพทย์แจ้งว่าไม่สามารถยื้อชีวิตภรรยาได้อีกแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวตนเอง หลังจากนี้จะดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด”ครูเจษเล่า น้ำตารื้น
เช่นเดียวกับ นายประสิทธิ เพชรากาญ พี่ชายของ ผอ.ผึ้ง บอกว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 5 คน โดย ผอ.ผึ้ง เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ทำให้มีนิสัยใจนักเลงเป็นธรรม การสูญเสียครั้งนี้ยังไม่ได้แจ้งแม่ที่มีอายุ 90 ปี ทราบรายละเอียด เนื่องจากผอ.ผึ้ง เป็นที่รักของครอบครัว หลังจากนี้อยากให้หลานชายที่เรียนครู ได้สืบสานการเป็นครูที่ดีต่อจากแม่ พร้อมฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนให้ดีกว่าเดิม
สำหรับกำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569 เวลา 15.00 น.
ด้านความคืบหน้าของคดี วันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขจังหวัดสงขลา โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์และเจ้าหน้าที่เทศบาล รวมถึงผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่บ้านของนายเขมนันท์ อายุ 18 ปี ผู้ก่อเหตุ อยู่บนเนินเขากลางสวนยางพารา บ้านคลองยา หมู่ 9 ต.บ้านไร่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน คือพ่อและพี่น้องของผู้ก่อเหตุ
โดยพ่อ ของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ลูกชายป่วยและเข้ารับการรักษาทางจิตเวชตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แต่ระยะหลังที่เริ่มเป็นวัยรุ่นทำให้ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง ประกอบกับติดเพื่อน ทำให้มีอาการคลุ้มคลั่งถี่ พร้อมกับได้พาผู้สื่อข่าวไปดูร่องรอยการเผาที่นอน เครื่องใช้ในบ้านและอุปกรณ์การเกษตรที่ล้วนเป็นฝีมือของลูกชายทั้งสิ้นจนแทบจะหมดเนื้อหมดตัว กระทั่งล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ลูกชายเกิดอาการคลุ้งคลั่งขึ้นมา จึงได้โทรแจ้งให้ตำรวจช่วยเข้ามาระงับเหตุ แต่ลูกชายอาการหนักถึงขั้นใช้มีดไล่ฟันจนเจ้าหน้าที่วิ่งหนีกระเจิง กระทั่งมาทราบอีกทีลูกชายไปก่อเหตุที่โรงเรียน และฝากขอโทษครอบครัวผู้สูญเสียด้วย และยินดีให้ลูกเข้าสู่กระบวนการกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงแรงจูงใจที่ลูกชายคลั่งแล้วไปก่อเหตุที่โรงเรียน ผู้เป็นพ่อคาดว่าน่าจะเกิดจากความแค้นฝังใจเรื่องที่น้องสาวเคยถูกครูตำหนิและเรียกผู้ปกครองไปพบเมื่อปีที่แล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกสาวได้โทรศัพท์เข้ามาว่าให้ไปรับที่โรงเรียนพอดี ทำให้เกิดเป็นภาพหลอนในหัวและก่อเหตุครั้งนี้ โดยพ่อได้นำเอกสารการรักษาอาการทางจิตมาให้ ดูด้วย
ด้าน พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ รองผบช.ภ. 9 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ประชุมวางแนวทางการสอบสวน ล่าสุดอยู่ระหว่างการสอบปากคำข้างเคียงต่างๆ ความผิดเป็นไปตามพฤติกรรม ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือและรอหนังสือที่ส่งไปยังจิตแพทย์เพื่อประเมินภาวะทางจิตผู้ก่อเหตุด้วย
ประเด็นที่คนร้ายยื้อแย่งอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไปก่อเหตุนั้น รองผบช.ภ.9 ระบุว่า จากการสอบสวนเป็นเรื่องของการเผชิญเหตุที่สมเหตุสมผล หลังจากที่สายตรวจเข้าไประงับเหตุ และได้ขอกำลังสนับสนุนจาก สภ.ทุ่งลุงซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางสมทบ แต่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประเมินแล้วว่าการพกพกอาวุธปืนเข้าระงับเหตุคลั่งนั้นอันตราย จึงเก็บเอาภายในยานพาหนะไม่นำอาวุธออกมาใช้ เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงในการปฎิหน้าที่
