นายบุญเรือง ขิงประโคน ลุงของน้องกร เปิดเผยว่า ตนและปู่ของน้องกรเลี้ยงหลานมาตลอด แม่ของน้องกรจะโอนเงินมาให้เป็นค่าเลี้ยงดูสม่ำเสมอ แต่พอเกิดเหตุเงินเยียวยาที่ควรจะเป็นทุนการศึกษาให้น้องกรกลับไปอยู่ที่อื่น
"ทางการควรดูว่าภาระของผู้เสียชีวิตคือใคร น้องกรยังมีชีวิตอยู่และต้องเรียนต่อ แต่เงินกลับเข้าบัญชีตาหมด ล่าสุดมีการประสานไป ตาจึงโอนกลับมาให้เพียง 200,000 บาทเท่านั้น"
ด้าน นางรังสิมา ร่าเริงยิ่ง ป้าของน้องกร เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า น้องกรผูกพันกับที่นี่มาก เมื่อถามว่าอยากไปอยู่กับตาไหม น้องกรยืนยันว่าไม่ไป "เราเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก วันแม่ วันเด็ก เราไปเป็นตัวแทนให้ตลอด น้องกรเรียกป้าว่าแม่มาเสมอ ส่วนเรื่องเงินเขาจะให้แค่นั้นเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เราทิ้งหลานไม่ได้ ต้องเลี้ยงเขาต่อไปจนโต"
กรณีนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาของหน่วยงานรัฐ ว่าควรมีการตรวจสอบสิทธิของผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้เยาว์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมลำดับแรกต้องได้รับการดูแล เพื่อป้องกันปัญหาเงินเยียวยาไม่ถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุด