เนชั่นทีวี

ข่าว

OPSEC ALERT ศึกไทยกัมพูชาไม่จบ ปะทะสมรภูมิใหม่ ใครแพ้ยิ่งกว่าเสียพื้นที่

03 ม.ค. 2569

OPSEC ALERT ศึกไทยกัมพูชาไม่จบ ปะทะสมรภูมิใหม่ ใครแพ้ยิ่งกว่าเสียพื้นที่

OPSEC ALERT!! ศึกไทยกัมพูชาใครว่าจบ เสียงปืนจากชายแดนสงบ แต่การปะทะย้ายไปที่สมรภูมิใหม่! “สงครามความชอบธรรม” คืออะไร ผลลัพธ์สุดเลวร้าย ใครแพ้ยิ่งกว่าการเสียพื้นที่ยึดครอง

3 มกราคม 2569 กรณีมีกระแสเรียกร้องจากกองทัพและฝ่ายความมั่นคง ให้ประชาชนเฝ้าระวัง OPSEC ALERT หรือ Operation Security ซึ่งหมายถึงการรักษาความลับ และความปลอดภัยในปฏิบัติการในมิติต่างๆ จากการสู้รบกับกัมพูชา เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลไปถึงฝ่ายตรงข้ามนั้น 
 

OPSEC ALERT ศึกไทยกัมพูชาไม่จบ ปะทะสมรภูมิใหม่ ใครแพ้ยิ่งกว่าเสียพื้นที่
 

มีข้อมูลจากนักวิชาการด้านความมั่นคง และ อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระจากสหรัฐอเมริกา สรุปให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้
 

- ฝ่ายความมั่นคงเริ่มตระหนักแล้วว่า "ความเงียบคืออาวุธ" จึงต้องการควบคุมการไหลของข้อมูล เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม นำคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียของคนไทยไป "ใช้เป็นอาวุธ" (Weaponize) มาโจมตีไทยในเวทีสากล
 

- สงครามปัจจุบันนี้เปลี่ยนไป
 

อดีต: วัดชัยชนะจากการยึดพื้นที่ดินแดน
 

ปัจจุบัน: วัดชัยชนะจากการ "คุมความได้เปรียบทางข่าวสาร" (Information Superiority) หมายความว่า การควบคุมว่าโลกจะมองและรับรู้เหตุการณ์ความขัดแย้งนี้อย่างไร
 

- การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญในการศึกษา “สงครามสมัยใหม่”  ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเรากำลังเปลี่ยนผ่านจาก "สงครามกายภาพ" หรือการสู้รบด้วยอาวุธ / ไปสู่ "สงครามทางปัญญา" คือการแย่งชิงความชอบธรรมและพื้นที่ข่าวสาร 
 

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระจากสหรัฐอเมริกา
 

 

การเน้นย้ำเรื่อง OPSEC ในตอนนี้ สะท้อนว่าเราได้ "บทเรียน" จากความเปราะบางที่เคยเกิดขึ้น กล่าวคือ 
 

1. กับดักของความดีใจ
 

- หลังประสบความสำเร็จในปฏิบัติการทางทหาร กำลังพลหรือประชาชน มักโพสต์ภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ และระบุพิกัดที่ชัดเจน หรือเผยแพร่แผนการเคลื่อนทัพลงโซเชียลมีเดีย แม้จะทำไปเพื่อสร้างขวัญกำลังใจในประเทศ แต่ในทางทหาร นี่คือการมอบ "ข่าวกรอง" ให้ฝ่ายตรงข้ามฟรีๆ
 

2. การรั่วไหลทางข้อมูล
 

- หมายถึงความผิดพลาด ซึ่งอาจไม่ใช่การแพ้ในสนามรบ แต่เป็นการแพ้ใน "พื้นที่ข่าวสาร" การเผยแพร่ข้อมูลมากเกินไปทำให้ฝ่ายตรงข้ามอ่าน "ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน" ของไทยออก

 

3. กับดักของ "คลิปกระแสชาตินิยม"
 

- การพยายามสร้างคลิปวิดีโอแนวชาตินิยม เป็นดาบสองคมที่มักส่งผลเสียในระดับยุทธศาสตร์ เพราะ
 

กลายเป็นหลักฐานให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปตัดต่อและบิดเบือนให้ดูเหมือนไทยเป็น "ผู้รุกราน" หรือ "ใช้กำลังข่มขู่" เพื่อนำไปฟ้องร้องในเวทีโลก
 

ในเวทีโลก ฝ่ายที่ดู "อ่อนแอกว่า" มักได้รับความเห็นใจ การโชว์ภาพความน่าเกรงขามทางทหารที่มากเกินไป อาจทำให้ภาพลักษณ์ไทยกลายเป็น "พี่เบิ้มที่รังแกเพื่อนบ้าน" แม้ว่าเราจะเพียงแค่ป้องกันเขตอธิปไตยของตนเองก็ตาม
 

คลิปไวรัลหลายคลิปมักติดใบหน้ากำลังพล, เครื่องหมายหน่วย, หรือภูมิประเทศที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์หน่วยรบของเราได้ง่ายขึ้น 
 

OPSEC ALERT ศึกไทยกัมพูชาไม่จบ ปะทะสมรภูมิใหม่ ใครแพ้ยิ่งกว่าเสียพื้นที่

สมรภูมิใหม่ที่ไทยต้องเผชิญอย่างระมัดระวัง คือ “ความชอบธรรมในเวทีโลก"
 

แม้การสู้รบด้วยอาวุธจะหยุดลง แต่ "สงครามการเมืองระหว่างประเทศ" คือสมรภูมิที่ตัดสินผลแพ้ชนะอย่างแท้จริง
 

ในปัจจุบัน การชนะในสนามรบแต่แพ้ในหน้าสื่อ จะนำไปสู่การถูกคว่ำบาตร การเสียพันธมิตร และการแพ้คดีในศาลระหว่างประเทศ เช่น ศาลโลก ดังนั้น "การต่อสู้" จึงย้ายจากป่าชายแดน มาอยู่ใน "สภาพแวดล้อมทางข้อมูลข่าวสาร" แทน


OPSEC ALERT ศึกไทยกัมพูชาไม่จบ ปะทะสมรภูมิใหม่ ใครแพ้ยิ่งกว่าเสียพื้นที่