
2 มกราคม 2569 นิวยอร์ก โพสต์ (The New York Post) รายงานว่า อิหร่านเข้าสู่ภาวะชะงักงันเกือบทั้งหมดเมื่อวันพุธ (31 ธันวาคม) เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาล ธุรกิจ ธนาคาร และสถาบันการศึกษาปิดทำการตามคำสั่งของรัฐบาล ซึ่งการ "ปิดเมืองหนึ่งวัน" ได้ส่งผลกระทบใน 21 จาก 31 จังหวัด รวมถึงกรุงเตหะราน ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน พยายามควบคุมความโกรธแค้นของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น จากภาวะเงินเฟ้อ ความไม่เสถียรของค่าเงิน และมาตรฐานการครองชีพที่ลดลง
คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางออนไลน์และแชร์โดย "องค์การมูจาฮิดีน ประชาชนแห่งอิหร่าน" (People's Mojahedin Organization of Iran) ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายค้านชาวอิหร่านที่ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน แสดงให้เห็นการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วง ปะทะกับกองกำลังรักษาความปลอดภัย ในเมืองต่างๆ เช่น ชีราซ อิสฟาฮาน เคอร์มานชาห์ และเมืองหลวงอย่างเตหะราน
ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านระบอบการปกครอง
"ความตายแด่เผด็จการ", "คาเมเนอีไปตายซะ" และ "หน้าไม่อาย"
ขณะเผชิญหน้ากับกองกำลังรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนที่แออัด โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ชาวอิหร่านหลายล้านคนยอมเสี่ยงชีวิตประท้วงเพื่อปากท้อง มีรายงานด้วยว่า ผู้ประท้วงบุกเข้าไปในหน่วยงานราชการ ทำให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ IRGC ต้องใช้กระสุนจริงยิงใส่
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า มีเฮลิคอปเตอร์ทหารบินวนอยู่ด้านบน เห็นได้ชัดว่า เพื่อข่มขู่ประชาชนและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ความไม่สงบลุกลาม
ประชาชนที่ไปรวมตัวกันอยู่ในตลาด ขณะเผชิญหน้ากองกำลังของเจ้าหน้าที่ พากันร้องตะโกนประณามพวกเขาว่า "ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี" ที่ปราบปรามประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ประท้วงเหล่านี้ อยู่ในสภาพหลังพิงฝา ยอมเผชิญหน้ากับกระสุนปืน เพราะถึงมีชีวิตอยู่ต่อไปก็อดตายอยู่ดี เพราะเพียงแค่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว ราคาสินค้าและอาหารในเมืองหลักๆ พากันปรับตัวพุ่งขึ้นมากกว่า 70% ส่วนที่กรุงเตหะราน ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 72.3% อัตราเงินเฟ้อโดยรวมอยู่ที่ 42% อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดอยู่ที่ 14.2 ล้านเรียล หรือ 16,600 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ประชาชนมากกว่า 2 ใน 3 ตกไปอยู่ในระดับต่ำกว่าความยากจน
รายงานราคาสินค้าล่าสุด โดยประมาณการ คือ อาหารกลางวันพร้อมเครื่องดื่มตกมื้อละ 3.5 ล้านเรียล (2,600 บาท), ข้าวสารกิโลกรัมละ 1.75 ล้าน (1,300 บาท) ไข่โหลละ 1.4 ล้านเรียล (1,000 บาท) นมลิตรละ 600,000 เรียล (เกือบ 600 บาท) ยาสีฟันหลอดละ 7.5 แสนเรียล (560 บาท) แชมพูขวดละ 3.5 ล้านเรียล (2,600 บาท) รองเท้ากีฬาคู่ละ 86 ล้านเรียล (64,000 บาท)
มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ได้ออกจากกรุงเตหะรานไปแล้ว ซึ่งอาจไปหลบภัยแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่ถูกอิสราเอลโจมตี ซึ่งการตัดสินใจน่าจะเป็นผลมาจากการลุกฮือใน เมืองกอม ที่คาเมเนอีและผู้นำศาสนาถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และทุกคนให้ความเคารพบูชา ตามระบอบศาสนา ซึ่งการลุกฮือแสดงถึงการเบื่อหน่ายต่อระบอบที่ครอบงำพวกเขามายาวนานเช่นกัน
สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศอย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอิสฟาฮาน (IUT) และมหาวิทยาลัยเตหะราน (University of Tehran) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด ได้ลุกฮือขึ้นเปลี่ยนจุดยืน เรียกร้องให้จัดการกับผู้นำสูงสุดของประเทศ ทั้งยังเชื่อมต่อการเคลื่อนไหวไปทั่วประเทศ เรียกร้องให้ฟื้นฟู "รัฐฆราวาส" หรือ รัฐที่วางตัวเป็นกลาง และแยกตัวออกจากศาสนาอย่างชัดเจน และให้ผู้นำสูงสุด คือ "คาเมเนอี" สละอำนาจ โดยผู้ประท้วงระบุว่า "การถูกบังคับให้ศาสนานำการเมือง คือ รากเหง้าของความล้าหลังของอิหร่าน"