นายพงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นยังเด็ก ไม่รู้ว่าพ่อไปทำธุรกิจอะไรจนนำมาสู่ปัญหาชีวิต และแม่ก็ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง เพราะตอนนั้นแม่อยากให้พวกเราตั้งใจเรียนหนังสือ จนได้ทราบข่าวดิไอคอน จึงจำได้ว่าเคยเห็นภาพของพ่อตอนไปร่วมกิจกรรม และมีภาพตอนพ่อถ่ายรูปร่วมกับ "บอสพอล" จึงคิดว่าการเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวอาจเป็นชนวนเหตุพาไปสู่ปัญหาชีวิต เพราะปัญหาอย่างอื่นคงไม่ทำให้พ่อคิดสั้นแบบนี้
หลังจากมีข่าวดิไอคอน อาได้บอกว่าพ่อของเคยชักชวนอาให้เอาเงินไปลงทุนกับดิไอคอนเหมือนพ่อ ตนจึงรวบรวมหลักฐานมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว หลังจากนี้ตนจะไปรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม และจะนำมาส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง และตั้งใจจะเดินหน้าดำเนินคดีกับบริษัทขายตรงดังกล่าวให้ถึงที่สุด
"ที่ผ่านมา ตนกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว แต่เพิ่งมาทราบว่าหากเราแจ้งความผ่านทางเจ้าหน้าที่ จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทางตนก็เลยรู้สึกดีใจมากๆ อยากจะขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ดูแลแนะนำตนเป็นอย่างดี" นายพงษ์พันธ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ เปิดเผยว่า จากคำสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ที่ต้องการให้ทุก สภ. เปิดจุดรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีเกี่ยวกับดิไอคอนกรุ๊ป
ในส่วนของ สภ.บ้านดู่ มีผู้เสียหายทะยอยมาแจ้งความเรื่อยๆ โดยเข้ามาแจ้งความด้วยตนเองจำนวน 7 เคส และคนที่แจ้งความผ่านระบบออนไลน์จำนวน 3 เคส รวมแล้วตอนนี้มีทั้งหมด 10 เคส มูลค่าความเสียหายประมาณ 4.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในภาพรวมทั้งจังหวัดตอนนี้มีผู้เสียหายรวม 62 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งยอดเสียหายสูงสุดก็อยู่ที่ สภ.บ้านดู่ เพราะมีผู้เสียหายรายหนึ่งสูญเงินไปในการลงทุนกับบริษัทดังกล่าวประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งทุกเคสเราถือว่าเป็นผู้เสียหายเหมือนกันหมด เราให้ความสำคัญในทุกเคสเท่าๆกัน เราจะพยายามช่วยเหลือผู้เสียหายทุกคนอย่างเต็มที่ ให้เขาได้เห็นว่ายังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ข้างประชาชน
"ทาง รักษาการณ์ ผบ.ตร. ผบช.ภ.5 และ ผบก.ภ.จว.เชียงราย สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจให้เปิดศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดังกล่าว เพื่อลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งความที่ บชก. ซึ่งคดีนี้ บก.ปคบ. เป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดี โดยให้ทุกโรงพักรับแจ้งความและรวบรวบหลักฐานทุกอย่างของผู้เสียหาย และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตนเองที่ กทม. และไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไดๆ ทั้งสิ้น"ผกก.สภ.บ้านดู่ กล่าว