"สืบนครบาล" รวบคู่รักบัญชีม้าแก๊งหลอกให้ลงทุน ทำภารกิจสูญเงินกว่า 1.3 ล้าน
14 ก.ค. 2567 | titayu_pur

"สืบนครบาล" รวบคู่รักบัญชีม้า มิจฉาชีพหลอกให้ลงทุน ทำภารกิจ แรก ๆ ลงทุนได้เงินคืน ตอนหลังถอนไม่ได้ เสียหายกว่า 1.3 ล้าน
ข่าว
14 ก.ค. 2567 | titayu_pur

"สืบนครบาล" รวบคู่รักบัญชีม้า มิจฉาชีพหลอกให้ลงทุน ทำภารกิจ แรก ๆ ลงทุนได้เงินคืน ตอนหลังถอนไม่ได้ เสียหายกว่า 1.3 ล้าน
14 กรกฎาคม 2567 ตำรวจนครบาล โดยชุดสืบนครบาล บก.สส.บช.น. เปิดเผยการจับกุมผู้ต้องหาคดีบัญชีม้า คือ น.ส.นันทิชา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมายจับ ประกอบด้วย 1.หมายจับของศาลแขวงพระนครใต้ที่ จ.14/2567 ลงวันที่ 17 มกราคม 2567 2.หมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ 772/2566 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 3.หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ จ.229/2567 ลงวันที่ 11 เมษายน 2567
และ น.ส.ประณิตา 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับ ประกอบด้วย 1.หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีที่ 49/2567 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 2.หมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ จ.366/2566 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 โดยสามารถจับกุมทั้งคู่ได้ที่หน้าร้านอาหาร ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
สำหรับพฤติการณ์คดีของน.ส.นันทิชา คือ เมื่อประมาณวันที่ 17 มิ.ย. 66 ผู้กล่าวหาได้รับข้อความการชักชวนทางเฟซบุ๊ก แล้วได้เพิ่มเข้ากลุ่มไลน์ ซึ่งในกลุ่มก็จะมีสมาชิกประมาณ 30 ราย และมีการชักชวนให้เล่นเกมส์ และต้องเสียเงินค่าสมาชิก โดยแรก ๆ จะให้ทดสอบระบบ โดยให้โอนเงินจาก 200 บาท แล้วหลังจากนั้น ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงินแล้วก็ได้รับเงินคืนจำนวน 290 บาท หลังจากนั้น ก็ได้โอนทดสอบระบบอีกครั้ง จำนวน 500 บาท ผู้กล่าวหาได้รับคืนจำนวน 600 บาท
หลังจากนั้น ก็จะมีการสอนการลงทุนผ่านทางไลน์มาตลอด และได้มีการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ มาทางไลน์เพื่อให้ผู้กล่าวหาหลงเชื่อว่า เป็นการลงทุนกับบริษัทชั้นนำ จึงได้มีการลงทุนตามขั้นตอน ซึ่งในการลงทุนก็จะมียูซเซอร์เนมและพาสเวิดส์ ในการเข้าตรวจสอบข้อมูล ยอดเงินในการลงทุน
ผู้กล่าวหาจึงได้การลงทุน และโอนเงินจากบัญชีธนาคาร ไปยังบัญชีของผู้ต้องหาจำนวน 14 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งหมด 1,331,866 บาท ภายหลังก็ไม่สามารถเบิกถอนเงินได้ และคนร้ายก็พยายามจะให้โอนเงินอีกว่า หากโอนเงินไปอีก 200,000 บาท จึงจะถอนเงินได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนพฤติการณ์ น.ส.ประณิตา คือ ขณะที่ผู้กล่าวหาอยู่ที่บ้านพัก ได้มีเจ้าหน้าที่ของติ๊กต็อก (ภายหลังทราบว่า เป็นคนร้ายมิจฉาชีพ) โทรมาเชิญชวนให้ทำงานหารายได้พิเศษเวลาว่าง โดยผู้ต้องหาให้แอดไลน์ไป เมื่อผู้กล่าวหาแอดไลน์ ก็เข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์ โดยมีกิจกรรมให้ทำจะมีค่าตอบแทนให้ ผู้กล่าวหาเริ่มทำภารกิจจนถึงเวลา 22.20 น.ของวันเดียวกัน
ต่อมาผู้กล่าวหาเข้าไปรายงานตัวในกดลิงค์ ทำภารกิจในแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้น หลอกลวงภารกิจได้ค่าตอบแทนมา 20 บาท และแอดมินไลน์แจ้งว่า มีงานพิเศษด้วย แต่ผู้กล่าวหาไม่ได้ทำ จนถึงเวลาจะปิดภารกิจ ต่อมาจะถอนออก ผู้กล่าวหาแอดมินกลุ่มตอบว่า ผู้กล่าวหาข้ามงานเยอะจึงถอนไม่ได้ ให้เข้ามาทำภารกิจใหม่ในวันพรุ่งนี้
ต่อมาผู้กล่าวหาได้เข้าไปทำภารกิจพิเศษ ตามที่แอดมินไลน์แจ้ง ครั้งแรกเงินทุน 150 บาท ผลตอบแทน 45 บาท ยอดถอน 195 บาท ผู้กล่าวหาถอนออกมาทั้งหมดครั้งที่สอง เงินทุน 500 บาท ผลตอบแทน 150 บาท ยอดถอน 650 บาท ผู้กล่าวหาถอนหมด ครั้งที่สามเงินทุน 900 บาท ผลตอบแทน 360 บาท โดยผู้กล่าวหา ได้โอนเงินไปยังบัญชี น.ส.ประณิตา จำนวนเงิน 900 บาท แต่ผู้กล่าวหาถอนไม่ได้ เพราะยังทำกิจกรรมไม่เสร็จ
ต่อมาแอดมินกลุ่มไลน์แจ้งว่า ให้ต้องโอนเพิ่มไปอีก 2,700 บาท แต่ก็ยังไม่สามารถถอนได้ ต่อมาแอดมินกลุ่มไลน์แจ้งว่า ให้ทำกิจกรรมสุดท้าย คนร้ายบอกให้ผู้กล่าวหา โอนเงินไป 10,800 บาท แล้วจะถอนเงินได้ทันที แอดมินไลน์บอกว่า "ทำกิจกรรมนี้เสร็จถอนได้ทันที" ผู้กล่าวหาได้โอนไปอีก ก็ยังไม่สามารถถอนได้ ต่อมาแอดมินกลุ่มไลน์แจ้งผู้กล่าวหาว่า ผู้กล่าวหาได้ทำภารกิจไม่ผ่าน จึงให้โอนเงินเข้าไปซ่อมภารกิจ จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้ เป็นเงินจำนวน 43,200 บาท ผู้กล่าวหาได้โอนไปอีก 43,200 บาท แต่ก็ยังไม่สามารถถอนได้ ต่อมาแอดมินกลุ่มไลน์แจ้งว่า ได้ทำกิจกรรมผิดและยอดนี้ก็ถอนไม่ได้ ต้องทำภารกิจซ่อมใหม่โดยครั้งนี้ จึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จึงมาแจ้งความ
โดยหลังจากจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และ สภ.ทุ่งเบญจา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป