พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ได้มีการวีดีโอคอลมายังตนเอง เพื่อให้สอบปากคำ เสี่ยแป้ง นาโหนด และเป็นการยืนยันว่าเป็น เสี่ยแป้ง นาโหนด จริง พร้อมกันนี้ต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะตำรวจภูธรภาค 9 และที่สำคัญเมื่อได้ตัว เสี่ยแป้ง นาโหนด แล้ว อาจจะนำมาซึ่งเบาะแสเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย
พ.ต.อ.ทวี ยังเปิดเผยด้วยว่า เบาะแสสำคัญคือ มีผู้หญิงหลายคนบินไปหา เสี่ยแป้ง นาโหนด ที่อินโดนีเซียตลอด แต่รายละเอียดอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และไม่ขอระบุว่า เป็นคนในครอบครัวหรือไม่ เนื่องจากต้องรอกระบวนการสอบสวน แต่เท่าที่ดูเบื้องต้นไม่ใช่คนในครอบครัว ซึ่งเชื่อมโยงกับกรณีจับชาวอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ด้วย
ส่วนขั้นตอนการนำตัวกลับมาดำเนินคดี พ.ต.อ.ทวี บอกว่า อยู่ในกระบวนการของตำรวจอินโดนีเซีย เนื่องจาก เสี่ยแป้ง นาโหนด ถือหนังสือเดินทางปลอม ซึ่ง เสี่ยแป้ง นาโหนด อาจจะเคยถูกตำรวจที่อินโดนีเซียจับกุมหลายครั้ง แต่จะแสดงตัวเป็นคนใบ้ เพราะไม่สามารถพูดภาษาอินโดนีเซียได้
ขณะเดียวกันต้องชื่นชมความสามารถของตำรวจอินโดนีเซีย เมื่อได้รับทราบข้อมูล และจากการที่ตนไปที่อินโดนีเซีย 2-3 วัน ได้ดูเทคนิควิธีการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมทั้งให้คำมั่นกับฝ่ายไทยว่า ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะทำให้เต็มที่
“ต้องยอมรับว่า หลังจากตำรวจภูธรภาค 9 คว้าน้ำเหลวในการจับกุม ก็ได้มีการติดตามตัวมาโดยตลอด และยอมรับว่า เสี่ยแป้ง นาโหนด เป็นมืออาชีพ แม้แต่ตำรวจอินโดนีเซียก็บอกว่า นี่คือมืออาชีพ”
รมว.ยุติธรรรม ระบุว่า ปกติ เสี่ยแป้ง นาโหนด พำนักอยู่ที่เมืองเมดาน มีคอนโดมีเนียมใหญ่อยู่ที่นั่น และเพิ่งบินไปเที่ยวบาหลี ก่อนถูกจับกุม ส่วนเรื่องเส้นทางเงิน ที่อาจมีการส่งไปช่วยเหลือสนับสนุน ต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน
“จากการพูดคุยกับ เสี่ยแป้ง นาโหนด ยอมรับว่าจนมุมแล้ว ซึ่งทางเราได้ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และจะรับรองเรื่องความปลอดภัย อีกทั้ง เสี่ยแป้ง นาโหนด ไม่เคยเตรียมตัวว่า จะถูกจับกุมได้ เพราะคงคิดว่า เป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุดจึงไปเที่ยว หากคิดว่าไม่ปลอดภัย ก็จะอยู่แต่ในห้อง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว และว่า
“ก่อนถูกจับกุม เสี่ยแป้ง นาโหนด ไปเที่ยวบาหลีและทะเลาะกับผู้หญิงชาวอินโดฯ จึงเป็นที่มาของการจับกุม”