ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2566 ศาลชั้นต้นจังหวัดพัทลุง พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต "เสี่ยแป้ง นาโหนด" พร้อมพวก คดีร่วมกันพยายามสังหารเจ้าพนักงานเมื่อปี 62
ตำรวจตามรวบทีมพาหนีได้ยกแก๊ง
คดีนี้ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 6 ราย ก่อนจับกุมตัวได้ทั้งหมด ดังนี้
- นายจักรี หรือ บิ๊ก แป้นน้อย อายุ 41 ปี
- นายจีรวุฒิ หรือ ปอย หรือ ลูกวัว ชุมศรี อายุ 31ปี
- น.ส.วิลาวัลย์ หรือ ไหม หมื่นรักษ์ อายุ 32 ปี
- น.ส.ยุวเรศ หรือ หม๋วย กลศึก อายุ 26 ปี
- นายคเณศ หรือ บอย ทองประจง อายุ 28 ปี
- น.ส.วิลาวัลย์ หรือ ทราย บุญจันทร์ อายุ 30 ปี ภรรยาของนายจักกรี
ต่อมาตำรวจแกะรอยการหลบหนีจากคำให้การของลูกน้อง กระทั่งพบแบะแสว่า เสี่ยแป้ง หลบหนีไปอยู่พื้นที่ บ้านตระ รอยต่อจังหวัดตรัง พัทลุง และสตูล บนเทือกเขาบรรทัด พร้อมทั้งจับกุมคนส่งเสบียงได้ ทำให้รู้พิกัดกบดานที่ชัดเจน จึงเตรียมบุกขึ้นไปจับกุมตัว
"เสี่ยแป้ง" ไหวตัวหนีไปได้ ก่อนเปิดฉากแฉ
ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย.66 เมื่อเจ้าหน้าที่รู้แหล่งกบดาน ได้ระดมกำลังไปจับกุม แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เทือกเขาบรรทัด เต็มไปด้วยป่าและเส้นทางยากลำบาก กว่าที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงตัว เสี่ยแป้ง สามารถหลบหนีไปได้
ในวันดังกล่าวในช่วงแรกมีกระแสข่าวว่า "วิสามัญเสี่ยแป้ง" หลังจากเกิดการปะทะอย่างดุเดือด แต่ในภายหลังเสี่ยแป้งออกมายืนยันว่า ทุกอย่างไม่เป็นความจริง เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายถอยร่น ยิงขู่เพื่อหลบหนี ไม่ได้หวังยิงปะทะเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังคงเป็นที่สงสัยว่า เรื่องจริงเป็นเช่นใด
หลังภารกิจบนเทือกเขาบรรทัด ตำรวจระดมสรรพกำลังทุกอย่างไล่ล่าเสี่ยแป้ง ไม่ว่าจะทางอากาศและภาคพื้นดิน รวมทั้งการตั้งด่านสกัดโดยรอบ ประเมินการใช้งบฯสูงถึงวันละนับแสนบาท แต่ก็ไม่สามารถควานหาตัวพบ
ปล่อย 3 คลิปแฉแหลกกระบวนการยุติธรรม
หลังหลบหนีลงจากเขาบรรทัด "เสี่ยแป้ง" เคลื่อนไหวส่งสัญญาณว่ายังมีชีวิตอยู่ ด้วยการปล่อยวิดีโอทั้งหมด 3 คลิป โดยคลิปแรกส่งผ่านผู้สื่อข่าวในพื้นที่
คลิปแรกนี้ ความยาว 04.36 นาที เสี่ยแป้ง สวมเสื้อสีดำ สวมหมวก หน้าตาเกลี้ยงเกลา มีฉากหลังเป็นสวนปาล์ม เปิดใจถึงสาเหตุที่แหกคุก เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เสี่ยแป้ง บอกว่า คดีที่ถูกจำคุกมีผู้ร่วมวางแผน และก่อเหตุ 7 คน ได้แก่ ตนเอง, อัยการ บ., นายจรวด หลานอัยการ บ., ประธาน ต., จ่าติ๊ก, นาย ต., และ จ่าสิบเอก ต. แต่พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง สั่งฟ้องแค่ตนเอง และนายจรวด ซึ่งนายจรวด ถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ แต่กลับได้รับการประกันตัว ส่วนอีก 5 คน สั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่ร่วมวางแผนและเป็นต้นเหตุที่แท้จริง
เสี่ยแป้ง บอกอีกว่า ตนเองถูกอัยการ บ. หลอกว่านายจรวด ถูกเครือข่ายยาเสพติดอุ้มไป แต่มาทราบภายหลังว่าเป็นการจับกุมโดยตำรวจ และขอยืนยันตนเองไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
สำหรับคลิปที่ 2 และ 3 นั้น "เสี่ยแป้ง" ปล่อยคลิป 2 ถึงกระบวนการยุติธรรมไทย ยืนยันไม่มอบตัว หากอัยการคู่กรณียังลอยนวล นอกจากนี้ยังวิพากษ์ศาล ถึงหลักเกณฑ์ปล่อยชั่วคราวผู้ที่ถูกดำเนินคดี
นอกจากนี้ ยังได้ส่งจดหมายด้วยลายมือ แฉยับตำรวจ อัยการ เรียกรับเงิน สื่อสารถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรี ร้องเรียน 7 ข้อ ซึ่งสร้างแรงเขย่ากระบวนการยุติธรรมอย่างรุนแรง ถึงขั้นกระทรวงยุติธรรมออกมาประกาศว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่
กระบวนการยุติธรรมไทย ในสายตาประชาชน
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เมื่อ 10 ธ.ค.66 เรื่อง “แป้ง นาโหนด กับกระบวนการยุติธรรมไทย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2566
ผลสำรวจประชาชน ระบุคดี "แป้ง นาโหนด" กระทบกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างสูง ชี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบ ข้อร้องเรียนของ "แป้ง นาโหนด" พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ประเด็น ผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย หรือไม่ ตั้งแต่การหลบหนี "แหกคุก" กระทั่ง อัดคลิปร้องขอความเป็นธรรมของ “แป้ง นาโหนด” พบว่า
- ร้อยละ 42.20 ระบุว่า ส่งผลกระทบอย่างมาก
- ร้อยละ 37.85 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผลกระทบ
- ร้อยละ 9.07 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผลกระทบ
- ร้อยละ 8.46 ระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบเลย
- ร้อยละ 2.42 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สิ่งที่ประชาชนคิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรกระทำกับกรณีของ “แป้ง นาโหนด” พบว่า
- ร้อยละ 49.94 ระบุว่า ควรตรวจสอบข้อร้องเรียนของ “แป้ง นาโหนด” พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- ร้อยละ 31.56 ระบุว่า ควรเจรจาให้ “แป้ง นาโหนด” เข้ามามอบตัว
- ร้อยละ 27.09 ระบุว่า ต้องจับ “แป้ง นาโหนด” ให้ได้
- ร้อยละ 25.27 ระบุว่า ใช้โอกาสนี้ ประกาศปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นวาระแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชน เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำกับกรณีของ “แป้ง นาโหนด” ว่า
- ร้อยละ 42.32 ระบุว่า จะตรวจสอบข้อร้องเรียนของ “แป้ง นาโหนด” พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- ร้อยละ 24.55 ระบุว่า จะสามารถจับ “แป้ง นาโหนด” ได้
- ร้อยละ 24.06 ระบุว่า จะประสบความสำเร็จในการเจรจาให้ “แป้ง นาโหนด” เข้ามามอบตัว
- ร้อยละ 22.85 ระบุว่า จะใช้โอกาสนี้ ประกาศปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นวาระแห่งชาติ
การแหกคุกของ "เสี่ยแป้ง" ถือว่าสั่นสะเทือนกระบวนการยุติธรรมไทยมากที่สุดคดีหนึ่ง ความจริงมีเพียงสิ่งเดียว ดังนั้นยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ในปี 2567 คดีจะเดินไปทางไหน บทสรุปจะเลยเอยอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ "เสี่ยแป้ง" ยังคงลอยนวล