สธ.เผาทำลายยาเสพติด 77 ตัน ยันไม่หวนกลับมาทำร้ายเยาวชน
24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กระทรวงสาธารณสุขปล่อยขบวนรถขนยาเสพติดของกลาง 77 ตัน ตรวจสอบเข้มตามระเบียบ ป.ป.ส. ส่งเผาทำลายครั้งที่ 61 ลั่นไม่มีทางหวนกลับมาทำลายอนาคตชาติ
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กระทรวงสาธารณสุขปล่อยขบวนรถขนยาเสพติดของกลาง 77 ตัน ตรวจสอบเข้มตามระเบียบ ป.ป.ส. ส่งเผาทำลายครั้งที่ 61 ลั่นไม่มีทางหวนกลับมาทำลายอนาคตชาติ
KEY
POINTS
24 มิถุนายน 2569 กระทรวงสาธารณสุข นำโดย นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ร่วมกับ อย. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทำพิธีปล่อยขบวนรถขนย้าย ยาเสพติดของกลาง น้ำหนักรวมกว่า 77 ตัน จาก 5,497 คดี เพื่อนำไป เผายาเสพติด ครั้งที่ 61 ณ สถานที่เผาทำลายมาตรฐานสูง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และป้องกันไม่ให้ของกลางยาเสพติด ย้อนกลับมาทำร้ายเด็กและเยาวชนไทยตามวาระแห่งชาติ
ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงานปล่อยขบวนรถ ขนย้ายยาเสพติดของกลาง เพื่อนำไปทำลาย ครั้งที่ 61 โดยมี นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเกี่ยวกับการทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดของกลางเหล่านี้ย้อนกลับมาอีก โดยจะมีการจัดทำขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว ที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2520 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการทำลายยาเสพติดของกลางไปแล้ว 60 ครั้ง และในครั้งนี้จะถือเป็นการทำลายครั้งที่ 61 โดยยาเสพติดที่จะถูกนำไปทำลายครั้งนี้ เป็นยาเสพติดของกลางจากคดีต่างๆ 5,497 คดี มีน้ำหนักรวมหีบห่ออยู่ที่ประมาณ 77 ตัน
นายนรินทร์ กล่าวว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ไม่เพียงแต่บังคับใช้กฎหมาย แต่ยังรวมถึงการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชน เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยยาเสพติดของกลางที่จะถูกนำไปทำลายครั้งนี้ มีน้ำหนักรวมหีบห่ออยู่ที่ประมาณ 77 ตัน และการจัดทำลายยาเสพติดครั้งนี้ จะถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่า ยาเสพติดเหล่านี้จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายลูกหลาน หรือทำลายอนาคตของเยาวชนได้อีก