หมายเรียกส่งไม่ถึงมือ “บิ๊กโจ๊ก” เท่ากับคดียังไม่เริ่ม?
ความน่าสนใจก็คือ เมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” สวมวิญญาณ “ลอดช่องกฎหมาย” ทางออกของเรื่องจะเป็นอย่างไร แหล่งข่าวชั้นสูงในกระบวนการยุติธรรม อธิบายสรุปประเด็นได้ดังนี้
1.คดีกล่าวหา “บิ๊กโจ๊ก” คือ ฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ มีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปี ถือเป็นคดีอาญาร้ายแรง ศาลสามารถออกหมายจับได้เลย โดยไม่ต้องออกเป็นหมายเรียกก่อน แต่คดีนี้ ศาลมองว่า “บิ๊กโจ๊ก” เป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายเรียกก่อน ถือเป็นการอนุโลม
2.ตามแนวปฏิบัติ ซึ่งไม่มีบัญญัติในกฎหมาย จะมีการส่งหมายเรียก 2 ครั้ง หากผู้ถูกเรียกมีพฤติการณ์ขัดหมายเรียก หรือจงใจไม่รับหมายเรียก พนักงานสอบสวนก็สามารถทำคำร้องต่อศาล บรรยายพฤติการณ์ เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับได้
3.ปัญหาคือ หมายเรียกของ “บิ๊กโจ๊ก” มีผลหรือยังนับ 1 หรือยัง เพราะ
- หมายเรียกยังไม่ถึงมือผู้รับ ทั้ง “บิ๊กโจ๊ก” และ “บุคคลที่กฎหมายกำหนดให้รับหมายเรียกแทนได้” คือ พ่อแม่ สามีหรือภรรยา และญาติ และเมื่อยังไม่มีการรับหมาย จะบอกว่าหมายมีผลแล้ว ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับได้อย่างไร
ประเด็นนี้แหล่งข่าวยอมรับว่า ไม่เคยมีแนวคำพิพากษาในเรื่องแบบนี้มาก่อน และยังแสดงความเห็นส่วนตัวยังถือว่า “หมายเรียกยังไม่มีผล”
ชี้ช่องเดินเกมเร็ว ขอศาลออกหมายจับ
ให้พนักงานสอบสวนทำคำร้องบรรยายพฤติการณ์ของ “บิ๊กโจ๊ก” ว่ามีเจตนาไม่รับหมายเรียก ทั้งลางาน ลายาว ไม่อยู่บ้าน ไม่ไปทำงาน และไปต่างประเทศ
แต่ “บิ๊กโจ๊ก” ย่อมต้องทราบแล้วว่า โดนออกหมายเรียก เพราะปรากฏเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ และมีนักข่าวถาม “บิ๊กโจ๊ก” ตรงๆ หลายครั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบคำถามนี้ด้วย แปลว่าต้องทราบแล้วว่าโดนออกหมายเรยีก
ที่สำคัญ “บิ๊กโจ๊ก” อาจจะลืมไปว่า คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปี ศาลสามารถออกหมายจับได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกก่อน ฉะนั้นพนักงานสอบสวนจึงสามารถไปบรรยายให้ศาลทราบข้อเท็จจริงตามนี้ โดยเฉพาะพฤติกรรมของ “บิ๊กโจ๊ก” และขอให้ศาลออกหมายจับเลย โดยไม่ต้องออกหมายเรียกก่อน และไม่ต้องรอครบ 2 ครั้งก็ได้ ซึ่งเชื่อว่าศาลน่าจะออกหมายจับให้อย่างแน่นอน