2. สำนวนคดีอาญาที่ 25/2566 ซึ่งกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการยิง พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว รวมทั้งมีการกล่าวหาพลเรือนรวมทั้งนายประวีณ หรือกำนัน (ผู้ต้องหาที่ 27 ในคดีนี้) โดยคดีนี้มีผู้ต้องหารวม 28 คน ดังนี้
พ.ต.ต. เกียรติศักดิ์ สมสุข ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกกล่าวหาว่า
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียทำให้สูญหายหรือทำให้เสียหาย ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง
- เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำหรือไม่กระทำการใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับโทษหรือรับโทษน้อยลง
- เป็นพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติติอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ร.ต.ต.ประสาร รอดผล ผู้ต้องหาที่ 2 และ ร.ต.ท. สรรเสริญ ศรีสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 6 ถูกกล่าวหาว่า
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นทำผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดเพื่อจะช่วยเหลือให้ผู้อื่นไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง
- ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักหรือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
- เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการหรือไม่กระทำการใดใดในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ
ร.ต.ท. นิมิตร สลิตกุล ผู้ต้องหาที่ 3 ถูกกล่าวหาว่า
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือต้องหาว่ากระทำผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักแก่ผู้นั้นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
- เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบเพื่อไม่ให้ได้รับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง
- เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติติอย่างใด ในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ แตงอำไพ ผู้ต้องหาที่ 4
ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร ผู้ต้องหาที่ 5
พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร อดีต ผกก.สน.พญาไท ผู้ต้องหาที่ 7
จ.ส.ต. พิสิฐ ชิวปรีชา ผู้ต้องหาที่ 8
ร.ต.อ.จตุรวิทย์ ชวาลเกียรติธนา ผู้ต้องหาที่ 9
พ.ต.ท.ภัทร วรญาวิสุทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 10
ร.ต.อ.ประสมมาศ แสงสุขดี ผู้ต้องหาที่ 11
ส.ต.ต.สุทธิกานต์ แซ่ฮ้อ ผู้ต้องหาที่ 12
ส.ต.ต.สรรเสริญ ศรีอุบล ผู้ต้องหาที่ 13
ส.ต.ต.ธนทัต ท่าน้ำตื้น ผู้ต้องหาที่ 14
พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล ผู้ต้องหาที่ 15
ร.ต.อ.นุชิต บรรณชัย ผู้ต้องหาที่ 16
ด.ต.ถนอมศักดิ์ มีศรี ผู้ต้องหาที่ 17
จ.ส.ต.อภิรักษ์ โรจน์พวง ผู้ต้องหาที่ 18
ร.ต.อ.ศิริชัย รูปสวย ผู้ต้องหาที่ 19
ร.ต.ท.มนัต จันทร์มีทรัพย์ ผู้ต้องหาที่ 20
ร.ต.ท.สมโชค บัวไชย ผู้ต้องหาที่ 21
ถูกกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
นายสนทยา ผู้ต้องหาที่ 22
นายฐิตินันท์ ผู้ต้องหาที่ 23
นายนิวัฒน์ชัย ผู้ต้องหาที่ 24
นายกฤษดา ผู้ต้องหาที่ 25
นายชาตรี ผู้ต้องหาที่ 26
ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , เพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษหรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด
นายปวีณ หรือกำนันนก ผู้ต้องหาที่ 27 ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ , เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
นายวัชรินทร์ รองอธิบอัยการสำนักการสอบสวน กล่าวว่า คดีกำนันนก เป็นคดีอาญาคดีแรกที่อัยการไปร่วมการสอบสวนกับกองปราบ ในฐานะที่ปรึกษา เพราะ ผบช.ก. และ ผบก.ป. มีหนังสือขอให้ตนไปร่วมดูสำนวน ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีแต่คดีของดีเอสไอกับคดีความผิดเกิดนอกราชอาณาจักรเท่านั้น
นายปรีชา อธิบดีอัยการคดีอาญา กล่าวว่า จะขอเวลาศึกษาสำนวนและต้องทำให้ทันในเวลา และตามระเบียบการดำเนินคดีอาญาปี 63 ถ้าเป็นคดีสำคัญ สื่อและประชาชนให้ความสนใจ จึงตั้งอัยการเป็นคณะทำงานมีรองอธิบดี อัยการระดับพิเศษฝ่าย อัยการผู้เชี่ยวชาญ อัยการจังหวัดประจำสำนักงาน ร่วมเป็นคณะตรวจสอบสวนและมีความเห็น
นายสุรพันธ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เผยว่า คดีที่ 25/2566 มีผู้ต้องหาเป็นตำรวจ 21 คน พลเรือน 7 คน ตนให้อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 รับผิดชอบ คดีนี้จะครบฝากขัง ประมาณวันที่ 30 พฤศจิกายน ถ้ามีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมหากไม่มีสาระสำคัญเเละมีลักษณะเป็นการประวิงคดี อัยการคณะทำงานสามารถสั่งยุติการพิจารณา การร้องขอความเป็นธรรมได้
พ.ต.อ.เอนก รอง ผบก.ป. กล่าวว่า คดีนี้มีสำนวน 7 กล่อง เป็นสำนวนการสอบสวนพยาน และเอกสารอื่นๆ พยานบุคคล คดีกำนันนกข้อหาฆ่าผู้อื่น และพยายามฆ่าผู้อื่น มีพยานบุคคล 67 ปาก ส่วนคดีกำนันนก สนับสนุนเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ มีพยานบุคล 44 ปาก