พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังตอบคำถามกรณีที่ให้เงินดูแลลูกน้องด้วยว่า เงินทั้งหมดที่ใช้จ่าย เป็นเงินของตน หากไปคำนวณให้ดูดีดีเงินของตนจะมากกว่าเงินของเว็บพนันเยอะ วันนี้ต้องพูดเรื่องจริงกันว่าตนเองไม่ได้ใช้เงินจากเว็บพนัน หากตนไม่เอาเงินส่วนตัวมาใช้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเอาเงินที่ไหนมาให้ใช้ แต่คนอื่นอาจจะไม่มีความพร้อมหรือความบ้าแบบตนที่เอาเงินส่วนตัวมาทำงาน เพราะตนเองไม่มีลูก ก็เอาเงินส่วนนี้มาใช้ในการทำงาน แล้วที่มาของเงินตนเองก็ตอบได้ทั้งหมด เพราะเฉพาะพ่อตาตนเองเสียมรดกที่กำลังจะรับมอบ ที่แม่ยายเป็นผู้จัดการมรดกก็เกือบ พันล้านแล้ว
แต่ประเด็นหลัก คือ เงินของลูกน้องเป็นเรื่องเฉพาะตัว เงินออนไลน์เป็นเรื่องเฉพาะตัว จะให้ตนเองไปตอบที่ไหนตนเองก็ตอบได้ว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินส่วนนี้ ส่วนประเด็นเรื่องลูกน้องเดี๋ยวจะต้องไปถามดูว่าคุณติดพนันหรือเปล่า คุณเล่นเว็บพนันหรือเปล่า ไปใช้บัญชีม้าเพราะอะไร คนที่ใช้ได้ก็ต้องเอาไปใช้สำหรับในการเล่นการพนัน ถ้าเงินบริสุทธิ์ไม่ต้องใช้บัญชีม้า
"มันเป็นความบ้าคลั่งของผมอย่างหนึ่ง ไม่มีใครกล้าทำอย่างผม ที่เสียสละเอาเงินส่วนตัวมาใช้ทำคดี เพราะผมอยากให้งานสำเร็จ ประชาชนคาดหวัง สุดท้ายคดีก็ออกมาดี สามารถจับคนผิดมาดำเนินคดีได้" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังอธิบายอีกว่า ตนเองก็ให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ฯ เป็นคนจ่าย ต่อเดือนเป็น 1,000,000 บาท แบ่งเป็นงบลับ 6 แสนบาท ผบ.ตร.ก็รู้ ที่เหลือเป็นเงินส่วนตัว ซึ่งไม่มีใครทำแบบตนเองแล้ว แต่ถ้าตนไม่ทำแบบนี้ลูกน้องจะออกไปทำงานอย่างไร ทั้งนี้ ตนเองไม่น้อยใจ ตัวเองโดนมาเยอะแล้ว เรามันถูกหล่อหลอมให้อดทนต่อความเจ็บใจไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากและเราไม่ได้มักมากในลาภผล พร้อมยืนยันว่า เงินที่โอนไปที่แม่ตนเองก็เป็นเงินของตนเอง แต่ใครเอาเงินไปพันกับเว็บพนัน ก็ต้องชี้แจงให้ได้ แต่ตามหลักการตนเองชี้แจงได้ว่า เงินตนเองมาอย่างไรเอาเงินจากที่ไหนมาทำงาน เมื่อชี้แจงที่มาของเงินได้ ลูกน้องไปเปิดบัญชีม้าไปพันกับเว็บพนันก็เป็นเรื่องที่ลูกน้องตนเองต้องไปตอบ
อย่างเช่น โอนเงินเข้าไป ให้ผู้การฯนำเกียรติ หรือผู้กำกับคนนั้นคนนี้ ถ้าไปสอบใคร ทุกคนก็จะบอกว่านายโอนมาให้ทำงาน ก็จะต้องมาสอบตนเอง ก็เพราะนายโอนมาให้ทำงาน ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ และพ.ต.ท.คริษฐ์ ที่มีบัญชีเงินพัวพันกับ "มินนี่" ก็ต้องไปตอบให้ได้ว่าไปพัวพันกันได้อย่างไรไปเล่นเว็บหรือเปล่า
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกอีกว่า เงินที่ตนให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไปทุกเดือนนั้น พบว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ เกิดการช็อต แต่ตนไม่อยากจะไปพูดว่าลูกน้องตนติดเว็บพนันหรืออะไร ยืนยันว่าไม่ได้พัวพันทั้ง 7 คน แต่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ดึงเงินเข้าไปพัวพันในบัญชีม้า เขาต้องตอบเรื่องนี้
และเท่าที่ตนเองทราบ พ.ต.ท.คริษฐ์ มีการไปยืมรอบวง ส่วนช็อตเงินมานานหรือยัง ตนเองจะรอถามข้อเท็จจริงก่อน เอาเป็นว่าตอนนี้ตนเองรู้แล้วว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน วันนี้เมื่อตนออกมารับแล้วว่าเป็นเงินของตนเองและเป็นเงินบริสุทธิ์ ซึ่งมีมากกว่าเงินจากบัญชีม้าแน่นอนก็ต้องมาสอบตนเองด้วย ซึ่งเงินหลักล้านที่ใช้ในการทำงาน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเงินมาจากเว็บพนัน ตนเองสามารถแจกแจงได้หมดแน่นอน และคนที่ไม่มีเส้นเงินไปแตะกับ "มินนี่" คนที่ไม่ใช้บัญชีม้า มันชัดเจนว่านี่เป็นเงินที่ตนให้ใช้ไปทำงาน แต่เงินที่มีบัญชีม้าไปแตะกับมินนี่ เช่น พ.ต.ท.คริษฐ์ และพ.ต.อ.ภาคภูมิ อันนี้ต้องมีคำตอบ
ลางาน 1 วัน ไปทำสมาธิแก้ปัญหา ไม่เข้าประชุม ก.ตร.เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) จะลา 1 วัน เพื่อไปขอทำสมาธิจัดการเรื่องนี้ และจะยื่นคำร้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอให้ไต่สวนทางละเมิดกรณีการขอหมายจับของชุดจับกุมในเวลา 10.00 น. เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะวันนี้จะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเองด้วย ซึ่งตนเองมั่นใจว่า ทุกที่ให้ความเป็นธรรมไม่มีอะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรอก เราก็ทำแบบนี้ทำตรงตรงชี้แจงให้ชัดเจน เหมือนที่ตนเองต่อสื่อมวลชน ตนเองก็ไม่อยากบอกว่าใช้เงินทำงานเท่าไหร่แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องพูด
และในวันพรุ่งนี้ ตนเอง ก็ไม่ได้เข้าประชุมก.ตร.แต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้มองว่า ผบ.ตร.คนต่อไป ต้องมีคุณสมบัติ ต้องสร้างศรัทธาให้ประชาชน และดูแลขวัญกำลังใจตำรวจ และการที่ตนเองจะเป็น ผบ.ตร.หรือไม่ได้เป็น ไม่ใช่ตัวชี้วัด แต่การที่ทำอยู่วันนี้ ทำดีแล้วหรือยัง วันนี้พยายามทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นความศรัทธาเท่านั้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองไม่ได้มีความกังวลใดๆ เพราะเชื่อว่าฟ้ามีตาความจริงต้องปรากฏ ตนเองพร้อมชี้แจงได้ทุกประเด็น ขณะเดียวกันก็กล่าวขอบคุณตัวแทนพี่น้องสมาคมชาวปักษ์ใต้ที่เดินทางมาให้กำลังใจ และขอสัญญากับประชาชน ว่าจะไม่ทำให้ศรัทธาของพี่น้องประชาชนสิ้นไป