"สัปดาห์หน้า คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเข้มข้นในการดำเนินการกับ 4 - 5 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่เหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นบริษัทของไทย และมีเเหล่งที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล” พ.ต.ต.ณฐพล ระบุ
นอกจากการนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน เรายังพบขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อวัว จากประเทศเพื่อนบ้าน แถบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะกองทัพมด ผ่านห้องเย็นบรรจุในกล่องเหมือนที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งถูกตรวจพบโดย กรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร และดีเอสไอ (ศูนย์ปฎิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้) มีการตรวจยึดไปบ้างแล้ว โดยกรมศุลกากร และอยู่ระหว่างตรวจสอบปริมาณ
ทั้งนี้ กรมศุลกากรกับกรมปศุสัตว์อาจรายงานแจ้งไปยังตำรวจในท้องที่ให้ดำเนินการ เนื่องจากในกรณีที่ดีเอสไอจะเข้าไปร่วมบูรณาการหรือรับเป็นคดีพิเศษจะต้องมีความเสียหายมากกว่า 30 ล้านบาท จากนั้น พนักงานสอบสวนในท้องที่ จึงจะประสานและส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอรับหน้าที่ต่อ เหมือนกับคดีขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน 161 ตู้
เมื่อถามว่า สำนวนคดีที่ได้รับจากตำรวจ สภ.แหลมฉบัง เป็นอย่างไรบ้าง พ.ต.ต.ณฐพล เผยว่า สภ.แหลมฉบัง สอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ในฐานะผู้กล่าวหาไว้เรียบร้อยแล้ว ในประเด็นลักษณะความผิดเฉพาะบริษัท แต่ในส่วนที่ดีเอสไอต้องดำเนินการต่อ คือ การขยายผลไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเราจะเริ่มจากการสอบปากคำบริษัทสายเรือ ทั้ง 17 แห่ง ในฐานะพยานก่อน เพื่อขอข้อมูลว่ามีบริษัทใดทำการสั่งสินค้า และบริษัทใดที่มาว่าจ้างให้สายเรือไปรับสินค้า และรับสินค้าที่ไหน เป็นต้น