สำหรับ “หมูเถื่อน” ที่คงค้างอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 161 ตู้ มากว่า 2เดือนแล้ว ส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเก็บรักษา ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าเช่าพื้นที่เกือบ 100 ล้านบาท ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งเกิดความเสียหายเชิงเศรษฐกิจตามมาอีกหลายล้าน ส่งผลให้เกิดคำถามจากหลายฝ่าย ถึงการดำเนินงานที่ล่าช้า และ ไม่มีการจัดการหมุเถื่อนดังกล่าว ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ทับสาร รองผู้อำนวยการกองคดีปฎิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2566 ระบุว่า การลักลอบนำเข้าเนื้อหมูและชิ้นส่วนหมูทำเป็นขบวนการ และทำกันมาหลายครั้ง ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนที่สูง แต่เชื่อว่าจะสามารถสืบสวนสอบสวนนำตัวการจริง ๆ มาลงโทษได้ ตามขบวนการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ