เนชั่นทีวี

ข่าว

ข้าราชการสาว ร้องเอาผิด “เอฟ นารากะ” หลอกให้รัก ลวงถอยรถก่อนจำนำขาย

19 ก.ค. 2566

ข้าราชการสาว ร้องเอาผิด “เอฟ นารากะ” หลอกให้รัก ลวงถอยรถก่อนจำนำขาย

สายไหมต้องรอด พา ขรก.สาว แจ้งความเอาผิด “เอฟ นารากะ” อ้างเป็นนักเทรดหุ้น หลอกออกรถ 2 คันก่อนเอาไปจำนำ ซ้ำทำร้ายร่างกาย-ขู่ปล่อยคลิปลับ พบมีเหยื่อโผล่ ตรัง โดยศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว ด้าน เอกภพ เตือนแอปฯ หาคู่ มีมิจฉาชีพแฝงตัว อย่าหลงเชื่อคนง่าย

19 กรกฎาคม 2566 ภายหลังข้าราชการสาววัย 37 ปี ร้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ถูกมิจฉาชีพหลอกให้รัก อ้างตัวเป็นนักเทรดหุ้น ออกอุบายให้กู้เงิน ออกรถเก๋ง 2 คัน แล้วเอาไปจำนำ กลายเป็นหนี้กว่า 5 ล้านบาท ซ้ำถูกทำร้ายร่างกาย ข่มขู่จะเอาคลิปลับประจาน ก่อน “บิ๊กโจ๊ก” จะรับเรื่อง พร้อมประสาน พ.ต.อ.สุรเดช ฉัตรไทย ผกก.สน.เตาปูน ให้ดำเนินการช่วยเหลือในคดีนี้นั้น

ล่าสุด นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ผู้เสียหายเป็นข้าราชการสาว เข้าพบ พ.ต.ต.อิทธิกร ตรีประภากร สารวัตร (สอบสวน) สน.เตาปูน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายทิวา (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี หรือ “เอฟ นารากะ” ชาวจังหวัดพัทลุง ในข้อหา ยักยอกทรัพย์, ฉ้อโกงทรัพย์, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และทำร้ายร่างกาย

นายเอกภพ กล่าวว่า หลังจากกรณีของข้าราชการสาวตกเป็นข่าวออกไป ปรากฏว่า ตนได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นข้าราชการครูในพื้นที่จังหวัดตรัง ให้ข้อมูลว่า ถูกผู้ต้องหารายนี้ กระทำการในลักษณะเดียวกัน โดยลวงว่า เป็นนักเทรดหุ้น มีความเชี่ยวชาญจะมาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินให้ 

ก่อนจะออกอุบายให้ไปซื้อรถจนกลายเป็นหนี้สินรวม 8 ล้านบาท ต้องสูญเสียที่ดิน และเป็นหนี้สินจากการออกรถในชื่อตัวเอง จำนวน 5 คัน คบหากับเพียง 3 เดือนเช่นกัน ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายทิวา ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ และศาลแขวงมีคำสั่งออกหมายจับในคดีดังกล่าวแล้ว

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีของข้าราชการสาวรายนี้ หลังเข้าร้องเรียนกับทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้กำชับให้ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.เตาปูน ติดตามรถของผู้เสียหาย จำนวน 2 คัน ที่นำไปจำนำ เพื่อให้ได้รถคืนมาก่อน จากนั้นถึงจะมีการเจรจาว่า จะชำระเงินอย่างไร ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ข้าราชการสาวรายนี้ต้องการเป็นบุคคลล้มละลาย เพราะมีผลต่อการรับราชการ 

“อยากฝากถึงผู้หญิง หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ขอให้สอดส่องดูแลการใช้ แอปฯ หาคู่ เพราะใน แอปฯ เหล่านี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่จำนวนมาก ต้องพิจารณาให้ดี อย่าหลงเชื่อคนง่าย” นายเอกภพ ระบุ