ล่าสุด มีการเปิดปฏิบัติการเพิ่มเติมอีก 5 จังหวัด
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและฝ่ายบัญชีชำนาญการ อบต.นิลเพชร จ.นครปฐม ยักยอกเงิน 23 ครั้ง เป็นเงินกว่า 8 ล้าน 3 แสนบาท
- ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี อบต.หนองหัวโพ จ.สระบุรี ยักยอกเงิน 84 ครั้ง เป็นเงินกว่า 4 ล้าน 9 แสนบาท
- ผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี อบต.ห้วยยายจิ๋ว จ.ชัยภูมิ ยักยอกเงิน 60 ครั้ง เสียหายกว่า 5 ล้าน 8 แสนบาท
- นักวิชาการเงินและบัญชี อบต.โคกหล่าม จ.ศรีสะเกษ ยักยอกเงิน 8 ครั้ง เป็นเงินกว่า 5 แสน 4 หมื่นบาท และผู้อำนวยการกองคลัง อบต.นาเขลียง จ.นครศรีธรรมราช ยักยอกเงิน 59 ครั้ง เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท โดยโอนเงินไปให้กับภรรยา และลูกจ้าง ซึ่งถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดด้วย
สำหรับการตรวจจับทั้ง 7 คดี เบื้องต้นทำให้เกิดความเสียหายกว่า 84 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่า ยังมีอีกหลายแห่งที่มีการลักลอบก่อเหตุลักษณะนี้ จากนี้จะร่วมสืบสวนกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทย ในฐานะเจ้าของบัญชีที่ใช้เบิกจ่ายเงินของทางราชการจนนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้
พ.ต.ท.ศิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงาน ป.ป.ท. ระบุ สำหรับประวัติการใช้เงินของผู้ต้องหา พบว่าเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันออนไลน์ทั้งหมด ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งบัญชีเงินเดือนก็ไม่มีความสอดคล้องกับจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี
ขณะเดียวกันยังพบว่า ผู้ต้องหาที่ได้รหัสผ่านบัญชี จะปิดการแจ้งเตือนการตัดเงินออก ทำให้ผู้ที่ดูแลตรวจสอบในระดับที่สูงกว่าไม่ทราบได้ว่ามีเงินออกจากบัญชี
“บางคน มอบรหัสผ่านให้กับคนที่ดูแลบัญชีด้วยความไว้ใจ บางคนเป็นญาติกันเอง และไม่ทำตามระบบที่วางไว้ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก” พ.ต.ท.ศิริพงษ์ ระบุ
นายกฤษณ์ กระแสเวส รองเลขาธิการป.ป.ท. เผยการตรวจจับครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติในระบบการเบิกจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร และในระบบการเบิกจ่ายของ อบต.จะต้องมีอย่างน้อย 3 คน และต้องรายงานบัญชีที่โอนเงินไปด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่พบ คือ คนที่จะต้องร่วมตรวจสอบการโอนเงินก็จะมอบหมายให้เพียงคนเดียวทำธุรกรรมไปทั้งหมด