เนชั่นทีวี

ข่าว

แม่ร้องบิ๊กโจ๊กหวั่นไม่คืบ คดีนายจ้างสามีล่วงละเมิดบุตรสาว 7 ขวบ

04 พ.ค. 2566 | sitthichai_nak

แม่ร้องบิ๊กโจ๊กหวั่นไม่คืบ คดีนายจ้างสามีล่วงละเมิดบุตรสาว 7 ขวบ

แม่วัย 36 ปี ร้อง “บิ๊กโจ๊ก” ติดตามคืบหน้า บุตรสาว 7 ขวบถูกนายจ้างอดีตสามี ลวงละเมิด - ถ่ายคลิปวิดิโอ หวั่นคดีไม่คืบ เหตุเจ้าของสำนวน ระบุหลักฐานอ่อน ความเห็นแพทย์ชี้ร่องรอยพฤติการณ์ กังวลความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้รับอิสระ

4 พฤษภาคม 2566 เวลา 16.30 น. ที่สโมสรตำรวจ ทีมงานสายไหมต้องรอดพาน.ส.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี พร้อมด้วยบุตรสาวคือด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 7 ขวบ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( รอง ผบ.ตร.) เพื่อติดตามคดีของบุตรสาว ซึ่งถูกนายจ้างของบิดาถ่ายคลิปวิดีโอการล่วงละเมิด  ซึ่งมีการแจ้งความ สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา

น.ส.เมย์ กล่าวว่า นายสมควร ชื่นอุรา หรือ “โก๋” อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ก่อนแยกทางกันไป เมื่อช่วงสิงหาคม ปีที่แล้ว โดยบุตรสาวอยู่กับอดีตสามี ที่ จ.อ่างทอง กระทั่ง วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อนบ้านเห็นอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จึงทราบว่าถูก นายสุเทพ เหมือนนรุต หรือ “หนุ่ม”  อายุ 54 ปี นายจ้างของอดีตสามีข่มขืนกระทำชำเราอยู่หลายครั้ง พร้อมถ่ายคลิปวีดีโอไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนสงกรานต์ 

แม่เหยื่อ ระบุ ผู้ก่อเหตุใช้อุบายให้บุตรสาวไปหลบพักในบ้าน ขณะที่อดีตสามีทำงานก่อสร้างในพื้นที่บ้านของผู้ก่อเหตุเนื่องจากข้างนอกมีอากาศร้อน ก่อนฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุสลด  พร้อมหลอกล่อและให้เงิน 200 บาทแลกกับการปิดปาก กระทั่งเพื่อนบ้านของบุตรสาว โทรมาแจ้งเรื่องราวทั้งหมด 

น.ส.เมย์ เชื่อว่า  นายโก๋ (พ่อแท้ๆ) นำยาเสพติดใส่ขนมปังให้บุตรสาวกิน เนื่องจากมีพฤติกรรมเสพ และทุกครั้งหลังจากกิน จะถูกนายหนุ่ม(นายจ้างของอดีตสามี)ลงมือก่อเหตุ โดยเจอหน้ากันประมาณ 3-4 ครั้ง จะลงมือทุกครั้งและทำหลายๆรอบ มีการถ่ายคลิปทุกครั้งเช่นกัน 

อีกทั้ง นายหนุ่ม แสดงพฤติกรรมไปรับบุตรสาวถึงบ้าน โดยหลอกกับนายโก๋(พ่อแท้ๆ ของเหยื่อ)ว่าจะพาไปซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่กลับพาบุตรสาวไปก่อเหตุบนรถ 

หลังทราบเรื่อง ตนพาบุตรสาวไปตรวจร่างกาย โดยแพทย์ระบุ อวัยวะเพศฉีกขาดจริง จึงใบตรวจร่างกายไปแจ้งความ แต่กลับไม่มีใบบันทึกประจำวันและใบแจ้งความแม้แต่อย่างใด

ตนกังวลใจ คดีไม่มีความชัดเจน ไม่เคยได้เห็นสำนวนคดี กระทั่งสหวิชาชีพมาสอบปากคำเหยื่อเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา แล้วได้พบกับทางอัยการ จึงได้เห็นแค่ใบบันทึกการให้ปากคำเท่านั้น ขณะเดียวกัน ตำรวจกลับบอกว่า หลักฐานอ่อน ทั้งๆ ที่มีคลิปปรากฏในโทรศัพท์ซึ่งเป็นเด็กหญิงรายอื่น และผู้ก่อเหตุรับสารภาพเพียงแค่กระทำอนาจารเท่านั้น 

ต่อมา วันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลและได้รับการประกันตัวออกมา ใช้ชีวิตตามปกติ ตนและบุตรสาวเป็นห่วงความปลอดภัย เพราะทราบมาว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพล 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง นัดพบมารดาผู้เสียหายอีกครั้ง ในวันที่ 8 พ.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ไปดูหลักฐานการกู้ข้อมูลโทรศัพท์ของผู้ต้องหาเพิ่มเติม หากกลุ่มญาติผู้เสียหาย ยืนยันการก่อเหตุ รวมถึงพยานหลักฐานสอดคล้องกับผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากทางนิติวิทยาศาสตร์จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด