ก่อนหน้านี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส พร้อม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้า หลังรู้ตัวมือแฮกเกอร์แฮกข้อมูลคนไทย 55 ล้านคน
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้รู้ตัวคนร้าย และล็อกเป้าได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งในขณะนี้ต้นสังกัด ของทหารนายดังกล่าว ได้ทราบเรื่องแล้ว แต่การจะจับกุมทหาร ต้องมีกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งหากเป็นประชาชนทั่วไป สามารถจับกุมได้เลย
สำหรับมูลเหตุการก่อเหตุนั้น ได้มีการตั้งเอาไว้หลายประเด็น ทั้งการเอาข้อมูลไปขาย การสแกมข้อมูลบางส่วน เพื่อหลอกขายข้อมูล ให้กับคนร้ายด้วยกันเอง หรือการดิสเครดิตหน่วยงาน และคึกคะนอง
ส่วนการขายข้อมูลให้ใครบ้างนั้น ต้องรอการตรวจสอบ รวมไปถึงข้อมูลหลุดจากหน่วยงานไหน ก็ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ยืนยันว่า หากคนร้ายยังอยู่ในแผ่นดินไทย จะสามารถจับกุมได้แน่นอน
“เขาเป็นทหาร ใครจะไปจับทหารก็ต้องขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา หรือเป็นกระบวนการระหว่างตำรวจ-ทหาร ที่ต้องพูดคุยกัน มันไม่ใช่ประชาชนธรรมดา ถ้าเป็นประชาชนธรรมดา เราก็จับกุมได้เลย”
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ข้อมูลหลุดมาจาก แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ ก็มีในหลายหน่วยงาน จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมด้วย
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เผยว่า ได้รับเรื่องข้อมูลรั่ว ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา จึงได้สืบสวนจนรู้ตัวคนร้าย ต่อมาวันที่ 2 เม.ย. 66 ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับ ตามความผิด 2 ข้อหา คือ พ.ร.บ.คอมฯ และ PDPA ซึ่งตำรวจ พยามติดตามจับกุมคนร้าย แต่คนร้ายปิดโทรศัพท์หนีไป ก่อนจะมาตรวจสอบภายหลังพบว่า บุคคลที่ถูกออกหมายจับนั้น เป็นทหาร "ยศสิบโท" ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัด ที่เกี่ยวกับยานพาหนะ ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า คนร้ายรายนี้ เป็นบุคคลที่มีความรู้ทาง ด้านคอมพิวเตอร์สูง จึงเชื่อได้ว่า การกระทำเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับต้นสังกัด เนื่องจากดูจากเจตนาคนร้ายพบว่า จุดประสงค์เปลี่ยนตลอดเวลา
เบื้องต้น ได้ประสานต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบว่า ทหารนายนี้ ยังรับราชการอยู่หรือไม่ สำหรับภรรยาของคนร้าย ที่มีรายงานว่า เป็นพยาบาล จะมีความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ขณะนี้ก็ได้หลบหนีเช่นเดียวกัน
สำหรับข้อมูลที่คนร้าย นำไปเปิดเผย ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ยอมรับว่า มีการรั่วไหลของข้อมูลจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะรั่วไหลถึง 55 ล้านรายชื่อหรือไม่
ขณะที่ พลตรีหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี ทหารยศสิบเอก ที่เป็นแฮกเกอร์ ฉกข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านราย ว่า ขณะนี้หน่วยต้นสังกัดกำลังช่วยติดตามตัวผู้ต้องหา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ภารกิจกองทัพบกมอบหมาย