ในวันนี้ (16 ก.พ. 2566) อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 สำนักงานคดีพิเศษ รับดำเนินการและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอศาลได้โปรดทำการไต่สวนและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ก่อนมีคำสั่งตามมาตรา 51, 55 และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของ ผู้ถูกกล่าวหา กับพวก จำนวน 59 รายการ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 4,470,877,185.15 บาท (สี่พันสี่ร้อยเจ็ดสิบล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยแปดสิบห้าบาทสิบห้าสตางค์) พร้อมดอกผลของ เงิน หรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 49 ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ต่อไปด้วย
ทั้งนี้ ตามนโยบายอัยการสูงสุดได้กำชับให้ทุกหน่วยงานภายในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ร่วมกันยกระดับการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วย ความเท่าเทียม ซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม และมีจิตสาธารณะ เพื่อให้การปฏิบัติงานในฐานะของการเป็นหนึ่งในองค์กร ในสายธารแห่งกระบวนยุติธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่รัฐและประชาชนอย่างแท้จริง
การยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในวันนี้เป็นการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว และเมื่อ ปปง. รวบรวมผู้เสียหายและจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหาย ให้พนักงานอัยการในลำดับต่อไปแล้ว พนักงานอัยการจะแก้ไขคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งนำทรัพย์สินนั้นคืนแก่ผู้เสียหายต่อไป จึงขอให้ผู้เสียหายติดต่อแจ้งรายละเอียดแห่งความเสียหายเพื่อให้ ปปง. และพนักงานอัยการดำเนินการให้ได้รับการชดใช้ตามกฎหมายต่อไป
และวันนี้ ศาลแพ่งได้มีคำสั่งไต่สวนคำร้องฉุกเฉินขอให้ยึด และอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ