ส่วนหลักฐานการโอนเงิน พล.ต.ต.นเรวิช ยืนยันว่า มีหลักฐานอยู่ในสำนวน และเฮียหมูมีพยานหลักฐานเรื่องการโอนเงินด้วย เพราะนอกจากเฮียหมูจะดำเนินคดีทางอาญาแล้ว เฮียหมูยังดำเนินคดีทางแพ่งคู่ขนานไปด้วย โดยจะต้องสอบพยานแวดล้อมเพื่อชี้ให้เห็นมูลเหตุจูงใจ
โดยสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวน จะเรียกพยานฝั่งของเฮียหมู จำนวน 10 ปาก มาสอบปากคำ ส่วนพยานแวดล้อมอื่น ๆ จะต้องนำข้อเท็จจริงมาหาพยานเพื่อยืนยันและหักล้างต่อไป ส่วนลูกชายเฮียหมู ยังไม่ได้เรียกมาสอบปากคำ เพราะขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างของเฮียหมู หากพยานหลักฐานไม่ชัดเจนอาจจะทำให้เกิดความเสียหายของคดี
ส่วนประเด็นลูกชายและลูกสะใภ้ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ตำรวจทราบแล้วว่าไปอยู่ที่ใด ซึ่งอาจจะเป็นการท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวก็ได้
ด้าน เฮียหมู กล่าวว่า วันนี้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อร่วมหารือ ในการเตรียมเข้าตรวจค้นที่เกิดเหตุของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยยืนยันว่า ตนเองมีหลักฐานเรื่องการโอนเงินทั้งหมด ส่วนหลักฐานเรื่องการวางยา ให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ แต่ตนเองจำทุกจุดที่ถูกกระทำได้
ทั้งนี้ เฮียหมู ยังได้ฝากบอกถึงลูกชาย ให้กลับมารับผิดในสิ่งที่กระทำไว้ และฝากไปถึง ครอบครัวของสะใภ้ ให้สำนึกผิดได้แล้ว
อยากบอกลูกชายว่า อยากให้มันมารับผิด มึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ตายแล้วให้คนอื่นเขาบงการมึงได้ยังไง หลงเมียได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมียมันร้ายมาก บงการได้ทุกอย่าง อยากให้กลับมาช่วยเรา เราก็ให้อภัย มันก็มีลูก มันอาจจะหลงผิดไป ผมไม่เคยโกรธลูกหรอก เพราะมันคงหลงผิด แล้วไปอยู่ในดงเขาก็ทำอะไรไม่ได้ บอกพ่อตาแม่ยาย ให้มันสำนึกบ้าง ทำกับผมอย่างงี้ได้ยังไง คุณไม่เห็นเหรอผมเป็นคน ไม่ใช่เป็นสัตว์คุณเลี้ยงผมยิ่งกว่าสัตว์อีก
เฮียหมู บอกทิ้งท้ายว่า ในห้องที่เมียเสียชีวิต ไม่มีอะไรเลย แล้วจะฆ่าตัวตายได้อย่างไร จึงต้องการดำเนินคดี เพื่อต้อยากทราบว่าภรรยาตนเองเสียชีวิตอย่างไร และยืนยันว่าสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริง สาบานให้ตายได้เลยเพราะตนไม่กลัวตายแล้ว