นอกจากนี้นายชัยวัฒน์ ยังระบุว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ที่เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 จ.อุบลราชธานี ได้พบว่า อธิบดี ได้เรียกเก็บเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม คิดตามอัตราส่วนจากหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เช่นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะเก็บ 18.5 เปอร์เซ็นต์ จากหมวดงบดำเนินงานและค่าใช้สอย, หน่วยป้องกันไฟป่า 30 เปอร์เซ็นต์ จากหมวดงบดำเนินงานและ ค่าใช้สอย
ก่อนที่ นายชัยวัฒน์ จะเข้ารับตำแหน่ง ได้รับเรื่องร้องเรียนมาก่อนแล้ว โดยมีการขอให้ช่วยประสานงานกับผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาโยกย้ายตำแหน่ง ขอให้ช่วยไม่ให้ถูกอธิบดีรายนี้โยกย้าย แต่สุดท้ายนายชัยวัฒน์ ไม่สามารถเจรจาได้ ทำบุคคลดังกล่าวที่มาร้องขอให้ช่วยเหลือถูกย้ายเนื่องจากไม่ได้จ่ายเงินให้กับ อธิบดี
มีรายงานอีกว่า พฤติการณ์ของอธิบดี ได้ให้หัวหน้าหน่วยในกรมฯ นั้น หาเงินมาจ่ายให้กับ อธิบดีฯ เพื่อรักษาตำแหน่งตัวเองไว้ โดย ลักษณะจะมีการโยกย้ายแต่งตั้ง หัวหน้าหน่วย เพื่อแสดงให้เห็นว่า หากไม่มีการจ่ายเงิน จะถูกย้ายออกจากตำแหน่ง ซึ่ง หัวหน้าหน่วยที่ยอมจ่ายเงินให้ โดยได้เคยมีการสอบถาม หรือพูดคุยนั้น พบว่าจำใจจะต้องจ่ายเงินให้กับ อธิบดี เพื่อรักษาตำแหน่งตัวเองไว้ เนื่องจากมีครอบครัว ซึ่งถ้าหากถูกย้ายครั้งหนึ่งจะทำให้ต้องโยกย้ายครอบครัวตามไปด้วยสร้างความเดือดร้อน
หัวหน้าหน่วยจึงจำเป็นต้องหาเงิน ไม่เว้นแม้ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง หรือเงินส่วนตัว รวมถึงเงินอื่นใดๆ มาให้กับอธิบดี ตามที่มีการตั้งตัวเลขจำนวนเงินไว้ และเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยจะต้องจ่ายเป็นรายเดือนต่อเดือนอีก
ทีมอาชญากรรม สำนักข่าวเนชั่น