ทั้งนี้พบว่า ตั้งแต่มีการเปิดบริจาคเมื่อช่วงเช้าวันนี้ มียอดเงินบริจาคทะลุหลักล้านแล้ว ตำรวจจึงได้เชิญมาสอบปากคำ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูล รวมไปถึงกรณีการเปิดระดมทุนจัดทำพิธีดังกล่าว และจะมีการแถลงรายละเอียดที่ บก.สอท. อีกครั้ง
ภายหลัง พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. แถลงการจับกุมนายสุวินัย ภรณวลัย อายุ 66 ปีหลังแอบอ้างเบื้องสูง เพื่อเปิดบัญชีรับบริจาคเงินทำพิธีบายศรีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ในซอยพัฒนาการ 44 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังตำรวจสืบทราบข้อมูล ได้รับคำสั่งให้ติดตามตรวจสอบและพบว่า ผู้ต้องสงสัยมีบ้านพักอยู่ย่านสวนหลวง จึงเดินทางไปเชิญมาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวเป็นอาจารย์เกษียณอายุ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ระบุว่า ตัวเองไร้เจตนาไม่ดี เพียงเพราะมองว่า หากวิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ ก็ต้องใช้พิธีกรรมเข้าช่วย
ซึ่งจากการสอบปากคำพบว่า เจ้าตัวมีสติเต็มร้อย และไม่พบว่า เข้าข่ายตามมาตรา 112 แต่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามกฎหมายอาญา ม.343 และ ม.344 , และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ม.14 (1) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และความผิดตาม พ.ร.บ.เรี่ยไร มีโทษปรับ 200 บาท ซึ่งผู้ต้องหาให้การภาคเสธในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบยอดเงินบริจาคพบว่า มียอดเกือบ 7 แสนบาท แต่โอนเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับพิธีกรรม โดยว่าจ้างผู้ทำพิธีที่สำนักงานใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไปแล้ว 3 แสนบาท จากนี้จะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีความเชื่อมโยงไปบัญชีผู้ใดบ้าง
สำหรับผู้ที่โอนเงินบริจาคไปแล้ว สามารถมาแสดงเจตจำนงค์ และร้องทุกข์กล่าวโทษที่ บก.สอท.1 ได้หากต้องการเงินคืน พร้อมฝากถึงประชาชนด้วยว่า ขอให้ระมัดระวังการโพสต์ต่าง ๆ ที่มีลักษณะก้าวล่วงเบื้องสูงในช่วงเวลานี้