เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ร่วมขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง จัดงานมอบโล่รางวัล "เทพกินรี" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 คน

11 พ.ค. 2560 | te

ผู้ร่วมขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง จัดงานมอบโล่รางวัล  "เทพกินรี" 
เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 คน

เจ้าของ/บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นำ 1 ในผู้ร่วมชบวนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว หลังถูกออกหมายเรียก ขณะที่นางนงลักษณ์ บัวหลวง หรือ ดี.เจ นงค์ ศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานจะสามารถเอาผิดในมาตรา 112 ได้อย่างแน่นอน

วันที่ 11 พฤษภาคม 2560ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง นางยินดี มาลี ซึ่งเป็นเจ้าของ/บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวผู้นำ และเป็นเจ้าของบัญชีที่ได้รับโอนเงินจากเครือข่ายคนจัดหาผู้เข้ารับรางวัลเทพกินรี ซึ่งเป็น 1 ใน ผู้ร่วมขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงหลอกลวงและเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน ในการจัดงาน มอบโล่รางวัล  "เทพกินรี" ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมาโดยแอบอ้างว่าเป็นรางวัลพระราชทาน เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี 

โดยการเรียกรับเงินค่าลงทะเบียนคนละ 3,500 บาท ซึ่งร่วมกับสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิง ในพระบรมราชินูปถัมป์ ซึ่งมีนางวราพร วงษา เป็นนายกสมาคมสโมสรฯ และหนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นำร่วมกันจัดขึ้น ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.โอภาศ ไชยบุญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง โดยเดินทางมาพร้อมกับเลขานุการส่วนตัว เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และตัวแทนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาคือ นางภัททิยา จำรัสเนตร อายุ 47 ปี ชาวอ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และนางนงลักษณ์ บัวหลวง หรือ ดี.เจ นงค์ อายุ 62 ปี ชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 คน ถูกพนักงานสอบสวนนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดตรัง แต่นางนงลักษณ์ บัวหลวง ศาลได้อนุญาตให้ได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ จากแนวทางการสอบสวน และพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการข่าว ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รวบรวมหลักฐานความเชื่อมโยงของขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนดังกล่าว พบว่านางยินดี และนางวราพร เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งบุคคลให้เป็นเครือข่ายในการจัดหาคนเข้ารับรางวัลทั่วประเทศจากหลากหลายสาขาอาชีพแล้วหลายหมื่นคน โดยการโอนเงินเข้าบัญชีของนางยินดีเพียงคนเดียว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัติเงินในบัญชีทั้ง 2 ธนาคาร ไว้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว โดยนางยินดีจะเป็นผู้ลงนามและสลักชื่อในบัตรแต่งตั้งบุคคลและในโล่รางวัลที่ตนเองได้รับว่าชื่อ " ดร.กิตติมศักดิ์ ยินดี มาลี" ซึ่งจากการสอบปากคำนางยินดี ให้การว่า วุฒิการศีกษาระดับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ดังกล่าว เป็นของมหาลัยในประเทศปากีสถาน เป็นผู้ออกให้

โดยเดินทางไปรับที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2547 โดยผ่านนายหน้าที่ติดต่อซื้อขายคือ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหลังจากนั้นนางยินดีก็จะส่งคนเข้ารับวุฒิการศึกษาดังกล่าวอีกหลายคน โดยเรียกรับเงินจากค่าวุฒิการศึกษาดังกล่าวรายละ 65,000 บาท รวมทั้ง นางภัททิยา จำรัสเนตร หรือปรากฎชื่อในบัตรจัดหาคนและโล่รางวัลว่า "ดร กิตติมศักดิ์ ภัททิยา จำรัสเนตร"ทั้งๆที่นางภัททิยาจบการศึกษาแค่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนนางยินดี จบการศึกษาแค่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)เท่านั้น 

ส่วนหนังสือพิมพ์ข่าวผู้นำ จากการสอบเค้นพบว่า นางยินดีเป็นทั้งเจ้าของและผู้พิมพ์ผู้โฆษณาเพียงคนเดียว และไม่ได้มีการพิมพ์กับสำนักพิมพ์หรือนำเสนอข่าวสารวางแผงจำหน่ายแต่อย่างได แต่ดำเนินการพริ้นท์สีด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ตามจำนวนโฆษณาที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์ และจัดพิมพ์แจกเฉพาะในการจัดงานเพื่อเข้ารับโลห์รางวัลเท่านั้น เพียงต้องการหลอกลวงให้ประชาชนและคนได้รับรางวัลเกิดความเชื่อถือว่า หนังสือพิมพ์มีอยู่และได้ลงข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็น ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องวุฒิการศึกษาดังกล่าวด้วย เพราะหลอกลวงประชาชน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นางยินดีว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ และมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่และอยู่ระหว่างกำลังรวบรวมเพิ่มเติม จะสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดในฐานความผิด ตามมาตรา 112 ได้อย่างแน่นอน

โดย นางวราพร วงษา นายกสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิง ซึ่งเดินทางไปด้วย แต่หลบหนีไปได้ หลังจากลงเครื่องที่สนามบินตรัง และ ตำรวจได้ทำการออกหมายเรียกแล้ว

ข่าวล่าสุด