ภายหลังจึงได้ให้ชุด ชรบ. 2 นาย นั่งกระบะหลัง เพื่อร่วมเดินทางมา สน.เรือศรีเชียงใหม่ ด้วย เมื่อมาถึง หน.สน.เรือศรีเชียงใหม่ ได้สั่งให้มีการถ่ายรูปยาเสพติด และทำบันทึกการจับกุม โดยให้ ชุด ชรบ.ลงลายมือชื่อเป็น เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมจับกุมด้วย แต่ถูกปฏิเสธจาก ชุด ชรบ. คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงลงความเห็นว่า การปฏิบัติของ จนท.นรข. เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามอำนาจและหน้าที่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าว มีความขัดแย้งและเกิดความไม่เข้าใจ ระหว่าง นรข. กับ ชรบ. เพราะขาดการชี้แจงหรืออธิบายของผู้มีอำนาจหน้าที่ในขณะนั้น และการกระทำไม่เป็นไปด้วยความประนีประนอม
ซึ่งกองทัพเรือก็ได้มีการลงทัณฑ์ หน.สน.เรือศรีเชียงใหม่ พร้อมทั้งสั่งย้ายออกจากพื้นที่ตั้งแต่เกิดเหตุแล้ว ทั้งนี้จากผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดของ นรข.ดังกล่าว ได้นำไปสู่คำพิพากษาของศาลจังหวัดหนองคายตัดสินจำคุกนายกิตติศักดิ์ ในเวลาต่อมา
และในระหว่างการสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการฯ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเข้าร่วมฟังการสอบข้อเท็จจริงของ จ่าเอกอนุชิต มะลิหอม หรือจ่ากุ้ง เนื่องจาก มีชื่อของ จ่าเอกอนุชิต ปรากฏในโทรศัพท์ ของนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จึงได้เรียกตัว จ่าเอกอนุชิต ซึ่งขณะนั้นสังกัดกองข่าว กองเรือยุทธการ ให้มาให้ข้อเท็จจริงที่ กองบังคับการ นรข.เขตหนองคาย ซึ่งจ่าเอกอนุชิต ยินยอมที่จะให้ความจริงทุกประการ และขอกลับไปนำหลักฐานคือโทรศัพท์มือถือ มามอบให้คณะกรรมการสอบสวน
ระหว่างนั้น คณะกรรมการ ได้สอบถามตำรวจว่าสามารถควบคุมตัว จ่าเอกอนุชิต ได้หรือไม่ ซึ่งตำรวจที่มาเข้าร่วมฟังการสอบข้อเท็จจริงแจ้งว่า ไม่สามารถควบคุมตัวได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ไม่มีหมายจับ จ่าเอกอนุชิต ในขณะนี้ ระหว่างนั้น จ่าเอกอนุชิต ที่หลอกว่าจะไปเอาหลักฐานได้ขับรถหนีไป คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงประสานกับ ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ เพื่อขอให้สกัดจับ แต่สุดท้ายก็หลบหนีไปได้
จากนั้นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้ประสานกับตำรวจ ขอให้ศาลออกหมายจับ เพราะเชื่อว่า จ่าเอกอนุชิต มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้ และศาลจังหวัดหนองคายได้อนุมัติออกหมายจับแล้ว โดยกองทัพเรือได้ดำเนินการปลดออกจากราชการแล้ว ในส่วนคดีของ หน.สน.เรือศรีเชียงใหม่ เรื่องการทำหลักฐานจับกุมอันเป็นเท็จตามที่ถูกกล่าวหานั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช.
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ มีนโยบายที่จะให้กำลังพล มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และไม่ให้กำลังพลยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด หากพบว่า มีกำลังพลรายใดฝ่าฝืนกองทัพเรือ จะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง พร้อมทั้ง ขอให้เชื่อมั่นว่ากองทัพเรือจะไม่มีการปกป้องคนผิด ไม่ว่าจะเป็นในระดับใดก็ตาม ทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังในการเป็น กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ