นายสุรเดช เห็นว่า การแก้ปัญหาต้องแก้ทั้งระบบใช้ตำรวจส่วนกลางหาข้อมูล ซึ่งรัฐบาลขบวนการดีว่า โยงกับนอมินีต่างชาติกลุ่มใดไม่ยาก โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว และควรเอา จ.ภูเก็ต เป็นโมเดลในการจัดการผู้มีอิทธิพล ต้องมีตำรวจส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบ เช่น กองปราบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะการมีตำรวจส่วนกลางเข้าไปจะทำให้ตำรวจและข้าราชการในพื้นที่ตื่นตัว ไม่กล้าไปรับส่วย
สำหรับปัญหาเรื่องถือหุ้นแทนนอมินีต่างชาติ ทุนเทานั้น นายสุรเดช กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือกฎหมายเกี่ยวกับนอมินี ค่อนข้างแรง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 - 50,000 บาท ดังนั้น ถ้าบังคับใช้จริงจัง นอมินีจะเบาบางลง แต่รัฐบาลต้องมีการเชือดไก่ให้ลิงดูด้วย