ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น คนขับรถ หรือผู้ที่ควบคุมดูแลเด็กว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง จะต้องดูว่าแจ้งข้อกล่าวหาอย่างไร หากไม่ใช่ฆาตกรรมเป็นการกระทำโดยประมาทก็ต้องดูแจ้งข้อหาใครบ้าง และมองว่า เจ้าของกิจการ เจ้าของโรงเรียนจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะคุณครูถือเป็นลูกจ้างของโรงเรียน อีกทั้ง กรมคุ้มครองสิทธิ์ จัจัดหาทนายความโดยใช้ทนายของกองทุนยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือ และการช่วยเหลือเยียวยาสูงสุดไม่เกิน 110,000บาท
ด้าน.ส.เมทิกา แม่ของน้องจีฮุน บอกว่า การมายื่นเอกสารวันนี้ถือว่า ครบทุกประเด็น และครอบครัวก็รู้สึกสบายใจขึ้น และให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายและให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการให้
ทั้งนี้ ตน ยังสงสัยการชันสูตรศพน้องจีฮุน เนื่องจาก หลังเจ้าหน้าที่ทำการชันสูตรแล้ว ไม่มีการแจ้งผลการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ รวมถึงพบว่า สภาพเสื้อผ้า และท่าทางของลูกเรียบร้อยมาก ไม่มีคราบน้ำตา น้ำลายหรือปัสสาวะ
ขณะที่โรงพยาบาลตำรวจได้แจ้งผลชันสูตรว่า ลูกเสียชีวิตจากอาการฮีทสโตรก จนระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว ซึ่งเกิดจากการอยู่ในที่ร้อนเป็นเวลานานจนหมดสติไป จึง มองว่า ไม่ว่า ลูกจะอ่อนเพลียแค่ไหนก็น่าจะเปิดประตูหรือกระจกรถได้ อีกทั้งน้องยังร่าเริงแจ่มใสไม่มีโรคประจำตัว
ทั้งนี้ แพทย์แจ้งด้วยว่า สภาพศพมีรอยฟกช้ำบริเวณต้นแขนซ้าย และจุดเขียวที่ขา รวมถึงรอยถลอกที่แขน ซึ่งตอนเช้าตนเองอาบน้ำให้ลูกก็ยังไม่พบ ถือเป็นรอยใหม่ จึงเป็นข้อสงสัยอีกประเด็น โดยครอบครัวยังคงจะเก็บร่างไว้ก่อน และ ครอบครัวก็เพิ่งเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดจากการนำเสนอผ่านสื่อเท่านั้น ยังไม่ได้รับการประสานจากโรงเรียนมา
ส่วนนายไทยอนันต์ พ่อของน้องจีฮุน บอกด้วยว่า โรงเรียนประสานเข้ามาที่จะชดเชยค่าเสียหายให้แล้ว แต่ครอบครัวยังไม่พร้อมพูดคุย และยืนยันว่าน้องสามารถเปิดกระจกรถและเปิดประตูได้ แต่ไม่ทราบว่าสามารถเปิดประตูและกระจกรถของโรงเรียนได้หรือไม่ ทั้งนี้ทางครอบครัว จะมีการปรึกษาแพทย์อีกครั้งเรื่องการย้ายศพมาไว้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงจะหารือกับกระทรวงยุติธรรมด้วย
ต่อมา 12.45น. ครอบครัวน้องจีฮุน จะเดินทางไปสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อขอรับศพน้องจีฮุน ไปไว้ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ดูแล